Wednesday, September 21, 2016

เปิดโลกเล็ก ๆ ของเหมียว ออโรร่า เจ้าหญิงน้อยในร่างแมวขนฟูผู้น่ารัก !!!




      ออโรร่า แมวแร็กดอลล์ เพศเมีย จากประเทศสวีเดน ที่มีออร่าความน่ารักแบบเจ้าหญิงตัวน้อย ๆ จนมีทาสแมวเป็นแฟนคลับในอินสตาแกรมแล้วกว่า 8 หมื่นคน ว่าแล้วก็ตามไปชมโลกเล็ก ๆ ของออโรร่ากันเลย

 
        หากชอบแมวขน ฟู ตัวกลม ๆ หน้าตาจิ้มลิ้ม ดูเอาแต่ใจนิด ๆ รับรองเลยว่าเสน่ห์ของเจ้าออโรร่า (Aurora) แมวแร็กดอลล์ เพศเมีย จากประเทศสวีเดน ตัวนี้ น่าจะทำให้คุณกลายเป็นแฟนคลับอีกคนได้ไม่ยาก เพราะแคปชั่นขำ ๆ ที่ เอมิลี่ (Emily) และ นิกคลาส (Niklas) นำมาโพสต์ให้อ่านเต็มไปหมด ส่วนรูปของเจ้าออโรร่าในอินสตาแกรม aurorapurr ก็สวยงามน่ามอง ดูยังไงก็ไม่รู้สึกเบื่อเลย

 
        เจ้าของเผยว่า ออโรร่า (Aurora) เป็นชื่อที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่อง เจ้าหญิงนิทรา (Sleeping Beauty) บวกกับหน้าตาสวย ๆ ของมันแล้ว เลยได้รับฉายาเจ้าหญิงแมวแห่งอินสตาแกรมไปแล้วเรียบร้อย ซึ่งตอนนี้มีคนติดตามแล้ว 8 หมื่นกว่าคน โดยแต่ละรูปในอินสตาแกรมของเจ้าเหมียวออโรร่าก็มีท่าทางเหมือนกำลังนั่งสั่ง เจ้าของให้ทำนู่น ทำนี่ ราวกับเป็นเจ้าหญิงที่เอาแต่ใจด้วยล่ะ

 
        แต่ทั้งหมดเป็นแค่เรื่องที่เจ้าของทำเพื่อความฮาเท่านั้น เพราะที่จริงแล้วเจ้าออโรร่าเป็นแมวที่มีนิสัยน่ารักมาก แถมยังซื่อสัตย์ต่อเจ้าของไม่ต่างจากสุนัขเลยล่ะ


















ขอขอบคุณภาพประกอบจาก อินสตาแกรม aurorapurr
http://pet.kapook.com/view156184.html

Monday, September 12, 2016

วิธีรับมือแมวซนกลางดึก จนทาสแมวไม่ได้หลับไม่ได้นอน




         เคยไหมที่เจ้าแมวน้อยของคุณคอยกวนตลอดทั้งคืน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสียงร้อง หรือข่วนประตู ทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้สนิท และเหตุผลที่น้องแมวเป็นแบบนี้ในเวลากลางคืนก็เพราะ ยิ่งเจ้าของสนใจในพฤติกรรมของน้องแมวมากเท่าไรก็จะยิ่งทำให้น้องแมวคิดว่า สิ่งที่มันกำลังทำอยู่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วจะแก้ปัญหานี้อย่างไรล่ะ วันนี้กระปุกดอทคอมมีคำตอบให้ทาสแมวได้ลองนำไปแก้เผ็ดเจ้าเหมียวสุดที่รัก กันค่ะ

  1. เหนื่อยซะจะได้พัก

          การที่ขังแมวไว้ข้างนอกห้องอาจจะไม่ได้ผลเสมอไป เพราะถ้าคุณขังแมวนอกห้องนอน มันก็จะเริ่มส่งเสียงร้องและขูดประตูเพื่อที่จะดิ้นรนเข้าไปในห้องให้ได้ และจะทำให้เจ้าของเองก็นอนไม่หลับไปด้วยเช่นกัน ทางแก้ที่ดีที่สุดก็คือให้หากิจกรรมให้น้องเหมียวทำในตอนกลางวันเพื่อให้ เจ้าเหมียวรู้สึกเหนื่อย พอถึงเวลากลางคืนมันจะรู้สึกอยากพักผ่อนไปเอง

  2. ทำหน้าต่างให้ชมวิว

          ติดตั้งหน้าต่างที่แมวสามารถมองเห็นสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ เพราะแมวเป็นสัตว์ที่อยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา การที่ติดตั้งหน้าต่างที่ทำให้เจ้าเหมียวเห็นบรรยากาศภายนอก จะทำให้มันเกิดความสนใจมากขึ้น ซึ่งแมวจะใช้เวลาเหล่านี้มองไปยังนอกหน้าต่าง ๆ แทนที่จะหลับทั้งวันและตาสว่างตอนกลางคืน

  3. เลี้ยงนกไว้ใกล้ ๆ หน้าต่าง

          ลองหากรงนกมาเลี้ยงไว้ใกล้ ๆ หน้าต่าง เพราะจะช่วยดึงดูดความสนใจน้องแมวอย่างน้อยก็ 4-5 ชั่วโมง นี่จะเป็นอีกวิธีหนึ่งจะทำให้แมวของคุณใช้เวลากลางวันไปกับจ้องดูเจ้านกน้อย ในกรง จนเสียพลังงานไปไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้นพอถึงเวลานอนกลางคืนมันก็จะรู้สึกเหนื่อยและนอนหลับสนิทจนไม่อยาก มากวนใจคุณอีก

  4. หาของเล่นให้แก้เหงา

          หาซื้อของเล่นมาให้แมวเล่นเพลิน ๆ เพื่อจะได้ไม่มากวนคุณในเวลาที่ต้องการพักผ่อน และเมื่อน้องแมวมีของเล่นแล้วก็จะทำให้ใช้เวลาอยู่กับของเล่นนี้นานขึ้น ถือเป็นการช่วยให้แมวได้ออกกำลังกายอีกวิธีหนึ่ง และเมื่อออกกำลังกายมาทั้งวัน การนอนหลับในยามค่ำคืนก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว


  5. เลิกสนใจพฤติกรรมที่เรียกร้องความสนใจ

          ถึงแม้ว่าน้องแมวจะมากวนคุณในเวลากลางคืนมากแค่ไหน สำคัญที่ว่าคุณไม่ควรสนใจในพฤติกรรมของมันมากเกินไป เพราะถ้าคุณให้ความสนใจเมื่อไร ก็จะทำให้แมวคิดว่าสิ่งที่มันทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเจ้าเหมียวมาขูดประตูห้องก็ทำเป็นไม่สนใจ โดยการหาหูฟังมาปิดหูเพื่อกันเสียงรบกวน เมื่อคุณทำอย่างนี้บ่อยขึ้นเจ้าเหมียวก็จะเลิกพฤติกรรมที่ไม่ได้ผลเหล่านี้ ไปเองในที่สุด

          ไม่ยากเลยใช่ไหมคะกับการที่จะทำให้น้องแมวนิ่งสงบในเวลากลางคืน เพียงแค่คุณหากิจกรรมระหว่างวันให้ทำ จนแมวรู้สึกเหนื่อยและอยากพักผ่อน รับรองว่าทั้งคุณและเจ้าเหมียวจะพากันหลับสนิททั้งคืนเลยล่ะ


เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/346706871325224009/

Sunday, September 11, 2016

วิจัยเผย ดูภาพตูบ-เหมียวน้อยน่ารัก เพิ่มพลังในการทำงาน


            เคยไหม?.. ที่เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อมองเห็นลูกสุนัขหรือลูกแมวแสนซนปนน่ารัก ที่เห็นอยู่ตรงหน้า ถ้าคุณเคย.. แล้วมันเป็นเพราะอะไรกันนะ? หลายคนคงจะตอบว่า ก็เพราะมัน "น่ารัก" น่ะสิ  ถ้าคุณตอบแบบนี้ แสดงว่า ความน่ารัก นั้นมีอิทธิพลต่อชีวิตเราอยู่ไม่น้อย มันทำให้เรายิ้มได้ในวันที่มีความทุกข์ ปลุกพลังบวกให้เกิดขึ้นได้ในชีวิต และอาจเป็นพลังที่จะทำให้คุณก้าวสู่ความสำเร็จต่อไป...

           ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการวิจัยชิ้นล่าสุด เรื่อง พลังแห่งความน่ารัก (The Power of Kawaii) ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดัง PLOS One ซึ่งผลการทดลองพบว่า การดูภาพ ลูกแมว หรือลูกสัตว์เลี้ยงที่น่ารักน่าเอ็นดู ส่งผลช่วยกระตุ้นให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน เพิ่มความถูกต้องแม่นยำ สร้างสมาธิ แถมยังทำให้เกิดความคล่องแคล่วมากขึ้นด้วย

          โดย ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ทำการทดลองจากกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรี 48 คน เป็นจำนวนชาย-หญิง เท่ากัน โดยนำมาทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อทดสอบวัดระดับการรับรู้ และความคล่องแคล่วชำนาญ ทั้งทดสอบทักษะการเคลื่อนไหว ตามมาด้วยแข่งกันหาตัวเลขในตาราง และบททดสอบสมาธิและความสนใจของนักศึกษา โดยแบ่งกลุ่มเก็บคะแนนออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่ได้ดูภาพลูกสุนัขลูกแมว, ภาพสุนัขและแมวที่โตแล้ว และภาพอาหารที่น่ารับประทาน ผลการทดลองปรากฏว่า ในทุกบททดสอบ กลุ่มนักศึกษาที่ได้ดูภาพลูกสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก สามารถทำคะแนนในแต่ละกิจกรรมได้ดีกว่านักศึกษากลุ่มอื่น

           จากการทดลองนี้จึงยืนยันว่า ความน่ารักไม่ใช่แค่ทำให้คนเรามีความสุข แต่ยังส่งผลต่อพฤติกรรมของเราด้วย โดยการเห็นภาพน่ารักมีแนวโน้มทำให้มีสมาธิที่ดี ใจเย็นลง เอาใจใส่ต่อสิ่งที่ทำอยู่ได้มาก และการประมวลผลก็เป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่ต้องการความระมัดระวังและความตั้งใจมากเป็นพิเศษ

           ได้อ่านงานวิจัยที่ยืนยันแบบนี้แล้ว เห็นทีนั่งทำงานอยู่ แล้วรู้สึกเครียด ๆ คงต้องเปิดมาดูรูปเจ้าตูบ เจ้าเหมียวน้อย ให้หัวใจได้ยิ้มบ้างแล้วล่ะ ^_____^


Saturday, September 10, 2016

ทาสแมวรู้ไหม เลี้ยงแมวทำให้หายเครียดได้นะ



           แม้แมวจะไม่สามารถช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับบ้านและครอบครัวที่เลี้ยงพวกมันได้อย่างที่หลายคนคาดหวัง แต่รู้หรือไม่ว่าการเลี้ยงแมวมีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะอย่างน้อยเจ้าสัตว์เลี้ยง 4 ขาตัวเล็ก ๆ นี้ก็ช่วยให้เจ้าของและครอบครัวของพวกมันหายเครียด ผ่านวิธีที่แมวใช้บำบัดให้กับเจ้านายดังต่อไปนี้ ..


1. มอบความสุขด้วยร่างกาย

          ใครล่ะจะไม่อยากอยู่บ้านโดยเฉพาะเวลาที่มีแมวมาร้องเหมียว ๆ เดินคลอเคลียอยู่ที่ขา หรือชอบทิ้งตัวลงนอนแล้วรอให้เจ้าของเกาคางให้ เพราะนอกจากอากัปกิริยาที่ดูน่ารักน่าชัง การสัมผัสแมวหรือการลูบขนแมวต่างก็เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่จะทำให้เจ้าของ แมวทั้งหลายรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ แถมยังมีความสุขไปพร้อม ๆ กันทั้ง 2 ฝ่ายอีกด้วย



2. ใช้หัวใจปลอบประโลม

          หลายครั้งที่นิสัยกับพฤติกรรมของแมวทำให้คนส่วนใหญ่หลงเสน่ห์ จนกระทั่งในที่สุดก็ตกเป็นทาสพวกมันแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว ก็เลยส่งผลให้อยากจะรับแมวมาเลี้ยงดู และอดไม่ได้ที่จะกอด หอม หรือจับมาถ่ายรูปคู่ อย่างที่ปรากฏให้เห็นกันเป็นประจำตามโซเชียลเน็ตเวิร์ก รวมไปถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับแมวที่มักจะเรียกรอยยิ้มได้ทุกครั้ง



3. ตอบสนองเพื่อทำให้ผ่อนคลาย

          เจ้าของหลายคนอาจจะไม่ทันสังเกตความเปลี่ยนแปลงเวลาที่พวกคุณรู้สึกเครียด ว่า การตอบสนองของแมวไม่ว่าจะเป็นการส่งเสียงร้องคล้าย ๆ กำลังจะพยายามพูดคุยกับคุณ หรืออะไรก็ตามแต่ที่แมวมีการตอบสนองกลับมาหลังจากที่เจ้าของเล่นด้วย เป็นวิธีการอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เจ้าของแมวรู้สึกผ่อนคลาย หายเครียดและทำให้จิตใจสงบลงได้อย่างน่าอัศจรรย์เช่นเดียวกัน



4. ช่วยให้เกิดสมาธิ

          การเลี้ยงแมวไว้ในบ้านก็เหมือนกับการได้ฝึกสมาธิ ไปในตัว เพราะการเลี้ยงแมวก็เป็นการฝึกให้จิตใจสามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ได้นาน ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นในตอนที่เจ้าของดูแล ให้อาหาร เล่นกับแมว หรือแม้กระทั่งนั่งดูพฤติกรรมของแมว โดยถ้าหากสังเกตให้ดี ๆ ก็จะเห็นว่าในช่วงเวลาดังกล่าวคุณแทบจะไม่ได้สนใจสิ่งใดเลยนอกเสียจากการทำ ให้เจ้าเหมียวที่อยู่ตรงหน้ามีความสุขมากที่สุดนั่นเอง



          การเลี้ยงแมวช่วยผ่อนคลายความเครียดให้กับผู้ที่เลี้ยงพวกมันไว้ได้อย่างแน่ นอน นอกเหนือจากแล้วการเลี้ยงก็ไม่ได้เป็นภาระอย่างที่คิด หากแต่พวกมันจะนำความสุข สนุกสนาน และช่วยสร้างเสียงหัวเราะให้กับครอบครัวของพวกมันมากกว่านะคะ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เครดิตภาพ
https://www.pinterest.com/pin/1022317184136852990/

Thursday, September 8, 2016

9 วิธีกำจัดหมัดแมวแบบธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อเหมียวและทาส


วิธีกำจัดหมัดแมวแบบ ธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อแมวและทาสแมว หากแก้ปัญหาเรื่องหมัดแมวไม่ได้เสียที วันนี้เรามี 9 วิธีกำจัดหมัดแมวแบบธรรมชาติมาบอกต่อ ให้ทาสแมวนำไปใช้แล้วค่ะ

        หมัดบนตัวแมว เป็นอีกปัญหาที่คนเลี้ยงแมวต้องเจอ สำหรับแมวที่แพ้น้ำลายหมัดด้วยแล้วยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เจ้าเหมียวจะเกาจนกระทั่งเป็นแผล ขนหลุดร่วงเป็นหย่อม ๆ เชียวแหละ และนอกจากจะอยู่บนตัวแมวแล้ว หมัดเหล่านั้นยังแพร่พันธุ์ในบ้าน ทำให้เจ้าของและคนที่อาศัยอยู่ในบ้านได้รับผลกระทบไปด้วย แต่หากใช้สารเคมีก็อาจจะเป็นอันตรายกับแมวและคนได้ ดังนั้นกระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวมวิธีกำจัดหมัดแมวด้วยวิธีธรรมชาติมาฝาก ซึ่งมี 9 วิธีดังต่อไปนี้


1. ใช้หวีซี่ถี่แปรงขน

        หวีธรรมดาที่ใช้แปรงกำจัดขนแมวอาจจะใช้ไม่ได้ผลกับหมัดบนตัวแมว ดังนั้นในการกำจัดหมัดควรใช้หวีซี่ถี่หรือหวีเสนียดกำจัดเหาก็ได้ วิธีใช้ให้จุ่มหวีในน้ำมะนาวให้ชุ่ม จากนั้นแปรงขนทั่วตัวแมวตามปกติ กำจัดหมัดที่ติดมากับหวี และไม่ต้องอาบน้ำแมวตาม เพราะกลิ่นของมะนาวจะช่วยป้องกันไม่ให้หมัดไต่กลับมาอีก  

2. สูตรน้ำส้มสายชูผสมแชมพู

        ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากผลแอปเปิล (Apple Cider Vinegar) หรือน้ำส้มสายชูธรรมดาก็ได้ ซึ่งสามารถใช้กำจัดหมัดแมว 2 วิธี วิธีแรกให้ผสมน้ำส้มสายชูกับแชมพูอาบน้ำแมว พรมใส่หัวแมวก่อนอุ้มไปอาบน้ำ เพราะหมัดมักจะวิ่งไปอยู่บนหัวของแมวตอนอาบน้ำ ส่วนวิธีที่ 2 ให้ฉีดน้ำส้มสายชูใส่ขนแมวก่อนอาบน้ำทิ้งไว้ 5 นาที หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก็แปรงขนด้วยหวีซี่ถี่เพื่อกำจัดหมัดแมวที่ยังเหลืออยู่ออกไป


3. ดินเบากำจัดแมลง 

        นอกจากดินเบาจะสามารถกำจัดแมลงสำหรับการเกษตรกรรมได้แล้ว ยังสามารถใช้กำจัดหมัดบนตัวหมาและแมวได้ด้วย โดยดินเบาที่ใช้ควรเป็นดินเบาแบบฟู้ดเกรด เพื่อความปลอดภัยทั้งของเจ้าเหมียวและตัวเจ้าของเอง ก่อนการใช้ให้สวมถุงมือยางให้เรียบร้อย เทดินเบาลงบนมือพอประมาณ จากนั้นใช้มือสางขนแมวให้ทั่วทุกซอกทุกมุม วิธีนี้สามารถทำได้ทุกวัน
 
4. ใช้ไฟล่อแมลง

        ผสมน้ำยาล้างจานและน้ำอุ่นใส่ภาชนะ จากนั้นนำไปวางใต้ไฟล่อแมลงตอนกลางคืน หมัดแมวที่เกาะตามพรมหรือตามเบาะจะเดินเข้าหาแสงไฟและความร้อนของน้ำ เมื่อหมัดแมวตกลงไปน้ำอุ่น กรดอ่อน ๆ ของน้ำยาล้างจานจะทำให้หมัดแมวตายไปเอง


5. ดูดฝุ่นกำจัดไข่หมัด

        หมัดว่าตัวเล็กแล้ว ไข่หมัดยิ่งเล็กกว่า ดีไม่ดีตามพรมและตามพื้นบ้านอาจจะมีไข่หมัดและตัวหมัดอยู่ก็ได้ สำหรับวิธีกำจัดให้ใช้เกลือป่นโรยตามพรม ทิ้งไว้สักพัก หลังจากนั้นใช้เครื่องดุดฝุ่นทำความสะอาด ดูดฝุ่นหลาย ๆ รอบจนไม่มีเกลือเหลืออยู่ตามซอกพรม
 
6. ทำความสะอาดเบาะแมว

        อีกหนึ่งจุดที่หมัดชอบอยู่คือ ตามเบาะหรือที่นอนของแมว การซักและทำความสะอาดด้วยผงซักฟอกแบบธรรมดาอาจจะทำให้เบาะดูสะอาดขึ้น แต่ประสิทธิภาพในการกำจัดหมัดอาจจะยังทำได้ไม่ดีนัก ซึ่งสามารถใช้ดินเบาถูตามเบาะและที่นอนของแมวได้เช่นกัน ถูแล้วปล่อยทิ้งไว้สักพัก ใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาด จากนั้นค่อยนำไปซักและผึ่งแดด  

7. แชมพูใบโรสแมรี่

        ต้มใบโรสแมรี่สดกับน้ำสะอาด เมื่อน้ำเดือดแล้วยกหม้อลง ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีหรือรอจนน้ำเย็น จากนั้นเทน้ำใบโรสแมรี่ต้มใส่กะละมัง อุ้มเจ้าเหมียวลงไปแช่เหมือนกับการอาบน้ำปกติ  เสร็จแล้วเช็ดขนให้แห้ง โดยที่ไม่ต้องอาบน้ำด้วยสบู่ซ้ำ


8. กำจัดด้วยชาเอิร์ลเกรย์

        ชาเอิร์ลเกรย์ที่นิยมชงดื่มมีคุณสมบัติช่วยไล่แมลงและหมัดเช่นกัน ทั้งนี้วิธีใช้จะไม่ใช้โรยบนตัวแมวโดยตรง แต่ให้โรยตามพรมแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1-2 วัน จากนั้นใช้เครื่องดุดฝุ่นทำความสะอาดตามอีกรอบ
 
9. สเปรย์ไล่หมัดแบบธรรมชาติ

        ผสมน้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันสะระแหน่ น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว น้ำมันกานพลู น้ำสะอาด เข้าด้วยกันแล้วนำใส่ขวดสเปรย์ สุดท้ายโรยผงกระเทียมลงไปเล็กน้อย เขย่าให้เข้ากัน แล้วฉีดสเปรย์ตามแขนและขา สามารถฉีดบนตัวแมวโดยตรงได้เช่นกัน หลังฉีดไม่ต้องอาบน้ำตาม เพราะนอกจากสเปรย์ช่วยไล่หมัดแล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้หมัดกลับมาอีก
 
        สำหรับวิธีกำจัดหมัดแมวที่เรานำมาฝากจะเห็นได้ว่าเป็นวิธีที่ไม่ยากเลย ส่วนผสมบางชนิดนั้นสามารถหาได้ในครัว แต่อย่างไรก็ตามวิธีเหล่านี้ก็เป็นแค่การไล่หมัดออกจากตัวแมวและ เฟอร์นิเจอร์ในบ้านเท่านั้น เพื่อเป็นการกำจัดให้สิ้นซาก แนะนำให้หมั่นทำความสะอาดบ้านและตามพื้นที่ที่เจ้าเหมียวอยู่เป็นประจำจะดีที่สุด


ขอขอบคุณข้อมูลจาก everydayroots, petmd และ homeremedyshop

Wednesday, September 7, 2016

10 ข้อที่ควรคำนึง ก่อนมองหาแมวมาเลี้ยง



        เจ้าแมวน้อยน่ารัก ที่มีสายตาขี้อ้อน ทำให้คนรักแมวหลายท่านต้องหลงใหลไปกับพวกมัน จนตัดสินใจซื้อเจ้าเหมียวมาเลี้ยงแบบไม่ทันได้เตรียมความพร้อม ความเป็นอยู่ให้กับเจ้าเหมียว จึงทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อาหาร ความเป็นอยู่ ค่าใช้จ่าย หรือพื้นที่สำหรับเจ้าเหมียว ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีสิ่งที่คนรักแมวควรรู้และเตรียมความพร้อมจาก เว็บไซต์ pets.amerikanki.com ก่อนที่จะตัดสินใจนำสมาชิกตัวน้อยนี้เข้ามาในบ้าน จะมีอะไรกันบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ


1. พื้นที่

          ใครที่คิดจะหาเจ้าเหมียวมาเลี้ยงนั้น สิ่งแรกที่ควรรู้นั้นก็คือ เจ้าเหมียวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต้องการพื้นที่ ยิ่งมีพื้นที่มากเท่าไร เจ้าเหมียวก็จะมีความสุขมากเท่านั้น ดังนั้นคนที่คิดจะหาแมวมาเลี้ยงควรจัดสรรพื้นที่ให้เจ้าเหมียวของคุณให้ดี หรือหากบ้านมีพื้นที่ไม่กว้างมากนะ อย่างน้อยก็ให้แมวของคุณได้วิ่งเล่นบนพื้นบ้าง เพราะจะทำให้เจ้าเหมียวรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายมากขึ้น

 
2. ค่าใช้จ่าย


          การจะเลี้ยงสัตว์สักตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะกับแมว ดังนั้นคุณจึงควรเตรียมตัวให้พร้อม เพราะมีหลายสิ่งให้ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าเหมียวของคุณ เช่น อาหารแมว ที่นอนเจ้าเหมียว ของเล่น เสื้อผ้า หรือแปรงสำหรับแปรงขน ที่สำคัญอย่าลืมค่ายาต่าง ๆ และเรื่องการตรวจสุขภาพแมวด้วยนะคะ



3. เวลา

          ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อแมวมาเลี้ยงสักตัวนั้น คิดให้ดีก่อนว่าคุณมีเวลาให้กับเจ้าเพื่อนเหมียวตัวน้อยของคุณหรือไม่ เพราะแมวเป็นสัตว์ที่ต้องการความรัก ต้องการให้เจ้าของให้ความสนใจ ดังนั้นการใช้เวลาร่วมกับเจ้าเหมียวเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนจะซื้อจึงควรตัดสินใจให้ดีก่อนว่าคุณสามารถรับผิดชอบแมวได้มากแค่ไหน



4. อายุขัย

          ถึงแม้จะดูเป็นการใจร้ายเกินไปสักหน่อยกับการที่จะซื้อลูกแมวมาสักตัวแล้ว คุณต้องมาคำนึงถึงอายุขัยของมัน แต่นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ เพราะหากซื้อแมวอายุน้อยคุณจะได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าแมวจะมีอายุได้นานถึงประมาณ 15 ปี แต่การเตรียมพร้อมในทุกสเต็ปของชีวิตเจ้าเหมียวนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเจ้าเหมียวต้องการการดูแลเอาใจใส่ ดังนั้นใครที่ต้องเดินทางตลอดเวลา ไม่ค่อยอยู่กับบ้าน การเลี้ยงแมวคงจะไม่เหมาะสักเท่าไรค่ะ



5. อาหาร

          เจ้าเหมียวต้องการการดูแลเอาใจใส่ อาหารที่ให้ควรคำนึงถึงสุขภาพของมันเช่นกัน ดังนั้นเจ้าของควรศึกษาให้ดีว่าควรให้อาหารกับเจ้าเหมียวของคุณแบบไหนดี คนรักแมวหลายคนอาจนิยมให้การอาหารเม็ดเพื่อที่ทำให้ขนของเจ้าเหมียวดูสวย แต่จะรู้ไหมว่าการให้อาหารเม็ดมากเกินไปอาจมีผลเสียต่อร่างกายของเจ้าเหมียว เอง ดังนั้นถ้าเจ้าของไม่แน่ใจควรขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ดีกว่าค่ะ 



6. ลักษณะนิสัย

          แมวแต่ละตัวมีนิสัยไม่เหมือนกันอยู่แล้ว อย่างเช่น แมววิเชียรมาศ นั้นเป็นแมวที่ค่อนข้างบ้าพลัง และต้องการให้คนเอาใจใส่ แต่สำหรับแมวเปอร์เซียร์นั้นจะเป็นแมวที่เรื่อย ๆ เฉื่อย ๆ สบาย ๆ ดังนั้นก่อนที่จะหาแมวมาเลี้ยงนั้นคุณจึงควรหาข้อมูลก่อนว่าแมวชนิดไหนเหมาะ กับการใช้ชีวิตประจำวันของคุณมากกว่า




7. สุขภาพ

          อาการเจ็บไข้ของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเจ้าเหมียวมาเลี้ยง ควรดูให้แน่ใจว่าก่อนว่าเจ้าเหมียวที่คุณจะซื้อนั้นไม่มีอาการป่วย ด้วยการสังเกตง่าย ๆ ว่าสายตาของมันลอยหรือไม่ ที่หูแห้งหรือเปล่า หรือถ้าคุณสังเกตว่าเจ้าเหมียวมีอาการเซื่องซึมก็ควรมองหาตัวใหม่แทนนะคะ



8. เพศ

          การเลือกซื้อแมวเพศผู้ หรือเพศเมียนั้นยอมต่างกันแน่นอน ดังนั้นคุณเองควรตัดสินใจว่าอยากได้เจ้าเหมียวเพศไหน สำหรับแมวเพศเมียนั้นส่วนมากจะมีนิสัยที่เป็นมิตร ขี้อ้อน เข้ากับคนง่าย แต่แมวเพศผู้จะค่อนข้างซน อยู่ไม่สุข แต่เมื่อแมวเพศผู้นั้นถูกทำหมันพวกมันจะมีนิสัยคล้ายแมวเพศเมีย ซึ่งเวลามองหาซื้อแมวสักตัว ถ้าเป็นแมวที่เพศเมียที่ทำหมันแล้วราคาจะค่อนข้างแพงกว่าแมวทั่วไปค่ะ ดังนั้นตัดสินใจให้ดีก่อนว่าแมวเพศไหนที่คุณอยากเลี้ยงมากกว่ากัน




9. อายุ

          เมื่อต้องการที่จะซื้อแมวมาเลี้ยง คุณควรแน่ใจว่าต้องการเลี้ยงเจ้าเหมียวอายุเท่าไร โดยไม่ควรซื้อลูกแมวที่อายุน้อยกว่า 8 สัปดาห์ เพราะว่าลูกแมวยังเล็กและบอบบางเกินไป เมื่อนำมาเลี้ยงอาจยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ดังนั้นควรซื้อลูกแมวที่อายุอย่างน้อย 12 สัปดาห์ขึ้นไปจะปลอดภัยกว่า

 
10. รับเลี้ยงแมวจรจัด


          สิ่งที่ต้องคำนึงอีกหนึ่งประการสุดท้ายก็คือ คุณต้องการเลี้ยงแมวที่เป็นสายพันธุ์หรือไม่ เพราะเดี๋ยวนี้มีแมวจรจัดมากมายที่คนรักแมวนิยมรับเลี้ยง ทั้งน่ารัก น่าเอ็นดูไม่ต่างจากแมวที่ขายกันตามร้านสัตว์กันเลยทีเดียว ดังนั้นทางเลือกนี้ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณอาจจะเจอแมวที่เหมาะกับคุณ แถมยังได้ทำบุญกับเจ้าแมวไร้บ้านเหล่านี้อีกด้วยนะคะ 



             เพียงแค่คุณศึกษาข้อมูลก่อนที่จะนำเจ้าเหมียว เข้าบ้าน ดูว่าแมวตัวไหนหมาะกับคุณ และเตรียมตัวให้พร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ เท่านี้ก็สามารถเลือกซื้อแมวที่ถูกใจมาอยู่กันอย่างมีความสุขทั้งสองฝ่าย แล้วล่ะจ้า



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เครดิตภาพ   https://www.pinterest.com/pin/1829656091035995/

Tuesday, September 6, 2016

สื่อสารอย่างไรให้เข้าใจน้องเหมียวมากขึ้น




            บางคนที่เคยเลี้ยงแมวเป็นครั้งแรกคง จะเจอปัญหาการสื่อสารกับน้องเหมียว เพราะคุณอาจจะไม่รู้ว่าควรสื่อสารหรือแสดงลักษณะท่าทางอย่างไรเพื่อให้คุณ และแมวเข้าใจกันมากขึ้น วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีที่แสนจะง่ายที่จะทำให้ การสื่อสารระหว่างคุณกับน้องเหมียวเป็นเรื่องกล้วย ๆ แถมยังทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมที่น้องเหมียวแสดงออกมาได้อีกด้วย ดังนี้ค่ะ


  1. สื่อสารด้วยคำพูด หรือเสียงเรียก

           แน่นอนว่าการพูดเป็นการสื่อสารแรก ๆ ที่เราใช้กัน การสื่อสารกับเจ้าเหมียวของคุณเองก็เช่นเดียวกัน เจ้าของควรพูดกับเจ้าเหมียวของคุณด้วยคำพูดง่าย ๆ อย่างเช่น ส่งเสียงเรียกเหมียว ๆ หรืออาจจะเป็นการเรียกชื่อของน้องเหมียวเอง เพื่อที่เจ้าแมวเองจะได้รู้ว่าคุณกำลังพยายามที่จะสื่อสารและทำความเข้าใจ มันอยู่

 

  2. สังเกตจากหาง

           หางจะเป็นส่วนที่บ่งบอกอารมณ์และพฤติกรรมของน้องแมวว่าต้องการจะทำอะไร กำลังอยู่ในอารมณ์แบบไหน แล้วกำลังจะทำอะไร อย่างเช่น เมื่อน้องแมวชูหางตั้งขึ้นเล็กน้อย คุณก็จะรู้ได้ทันทีว่าน้องเหมียวกำลังมีความสุขอยู่ หรือเวลาที่หางของน้องเหมียวสั่นไปมา อาจจะเป็นเพราะน้องเหมียวกับกำลังตื่นเต้นก็เป็นได้

 

  3. ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ


           ใช่แล้วค่ะการสังเกตจากดวงตาของน้องเหมียวก็เหมือนกับการสังเกตดวงตาของคน เพราะจะทำให้คุณรู้เช่นกันว่าตอนนี้น้องเหมียวรู้สึกอย่างไรอยู่ เช่น เวลาที่ตาน้องเหมียวขยายออกอาจจะเป็นไปได้ว่า น้องเหมียวรู้สึกตื่นเต้น หรืออาจจะรู้หวาดกลัว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่น้องเหมียวเผชิญอยู่ค่ะ




4. ส่วนหัวและหูบ่งบอกอารมณ์

           ให้เจ้าของน้องเหมียวลองสังเกตดี ๆ ที่หูของแมวเพราะการที่หูขยับไปขยับมาไม่เหมือนกัน ก็บ่งบอกถึงอารมณ์ที่ต่างไปเช่นเดียวกันค่ะ ส่วนอื่น ๆ บนหัวอย่างเช่น ปาก ลิ้น หรือจมูกก็สามารถทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของน้องแมวได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการที่ลิ้นของน้องเหมียวสั่นไป-มา นั่นอาจจะเป็นเพราะว่า น้องเหมียวรู้สึกกังวล หรือการที่เห็นจมูกของน้องเหมียวเปียก ก็อาจเป็นไปได้ว่าน้องเหมียวกำลังไม่สบายอยู่นะคะ



5. ท่าทางประกอบเวลาพูด

           ถึงแม้ว่าการพูดคุยกับน้องเหมียวจะเป็นการที่จะทำให้น้องเหมียวเข้าใจคุณมาก ขึ้น แต่ลักษณะท่าทางเองก็สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะการที่คุณแสดงท่าทางไปด้วยขณะที่พูดนั้นจะทำให้น้องเหมียวจดจำท่าทาง ได้ เช่น ถ้าคุณบอกให้แมวนั่งลงพร้อมกับทำมือประกอบ แมวก็จะเข้าใจความหมายที่คุณต้องการสื่อออกมาได้ง่ายขึ้น 



6. ฟังเสียงร้องจากน้องเหมียว

           คนที่เลี้ยงแมวอาจจะเคยได้สังเกตว่าเวลาที่น้องแมวต้องการสื่อสารกับคุณ ส่วนมากน้องแมวจะส่งเสียงเรียกด้วยการร้องเหมียว ดังนั้นคุณควรสังเกตการร้องของน้องเหมียวดี ๆ เพื่อที่คุณจะได้เข้าใจว่าน้องเหมียวต้องการจะบอกอะไรกับคุณ อย่างเช่น ถ้าน้องแมวร้องเหมียว ๆ สั้น ๆ ก็คือการทักทาย หรือว่าจะเป็นการส่งเสียงเหมียว ๆ หลายครั้งให้รู้ไว้เลยว่าน้องแมวกำลังตื่นเต้นกับบางสิ่งบางอย่างอยู่


           ไม่ยากเลยใช่ไหมคะกับการสื่อสารกับน้องเหมียวของคุณ เพียงแค่คุณรู้จักสังเกตพฤติกรรมของน้องแมว และศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าลักษณะท่าทางที่น้องเหมียวแสดงออกมานั้นคือ อะไร เท่านี้ทั้งคุณเองและเจ้าเหมียวก็จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขพร้อมความเข้า ใจซึ่งกันและกันแล้วล่ะ




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/747597606878965640/