Sunday, December 1, 2019

เลี้ยงแมวในบ้าน ให้มีความสุขเท่าเลี้ยงปล่อย คุณเองก็ทำได้



เลี้ยงแมวในบ้าน ให้มีความสุขเท่าเลี้ยงปล่อย คุณเองก็ทำได้ (Cat Magazine)
เรื่อง :  น.สพ.กมล ภาคย์ประเสริฐ

          หากคุณ ๆ เจ้าของผู้รักน้องเหมียวทั้งหลาย วุ่น ๆ หรือยุ่ง ๆ ไม่มีเวลาอยู่บ้านเล่นกับเหมียวทั้งหลายแล้วละก็ เรามีวิธีที่จำให้แมวเหมียวเล่นได้อย่างมีความสุข ในวันนี้เราจะมาดูกันในเรื่องของกิจกรรมที่จะช่วยสร้างความสนุกให้กับแมวของคุณ คือ การเล่น และการข่วน ซึ่งอย่างหลังนี่ถ้าไปเกิดกับโซฟาของคุณผมไม่แน่ใจว่าจะเป็นความสุขของแมวบนความทุกข์ของเจ้าของหรือเปล่า เราจะมาดูกันว่าจะมีวิธีจัดกิจกรรมสร้างความสนุกให้แมวอย่างไร และปิดท้ายบทความด้วยวิธีการกระตุ้นประสาทสัมผัสของแมวที่ส่งผลต่ออารมณ์สำหรับแมวที่เลี้ยงในบ้านครับ

การเล่น

          การเล่นไม่ใช่กิจวัตรประจำวันหลักของแมวแต่เป็นสิ่งที่แทรกอยู่ในช่วงเวลาของกิจกรรมอื่นๆ เช่น การล่า หรือการเดินเที่ยว แมวที่เลี้ยงอยู่ในบ้านจะเล่นกับแมวตัวอื่นที่เลี้ยงอยู่ในบ้านด้วยกัน รวมทั้งอาจเล่นกับสุนัขในบ้าน หากแมวหรือสุนัขตัวนั้นเป็นมิตร แต่ถ้าหากว่าคุณเลี้ยงแมวอยู่ตัวเดียวในบ้านแล้วละก็ คงต้องมาเรียนรู้กันแล้วล่ะครับว่าจะเล่นกับแมวที่บ้านอย่างไร

ของเล่นสำหรับแมวมีอะไรบ้าง...และเลือกอย่างไร

 Batting Toys : ของเล่นสำหรับตบ
         
          ในเชิงพฤติกรรม สิ่งหนึ่งที่แมวต่างจากสุนัขอย่างชัดเจน คือ สัญชาตญาณของนักล่าที่ยังมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ของเล่นประเภทนี้ จึงเหมาะกับแมวที่มีความเป็นนักล่าในตัวกระดาษหรือฟอยล์อะลูมิเนียมขยำเป็นก้อนแกนกระดาษทิชชู หรือตุ๊กตายัดนุ่น สามารถนำมาใช้เป็นของเล่นได้ โดยให้แมววิ่งไล่ตะครุบ บางตัวอาจนอนหงายใช้สองขาหน้าจับตุ๊กตาไว้ แล้วใช้ขาหลังถีบยัน ของเล่นสมัยใหม่มักผลิตให้มีเสียง สั่นได้ และเคลื่อนไหวได้เพื่อให้ดึงดูดความสนใจจากแมวมากยิ่งขึ้น

 Suspended Toys : ของเล่นแขวนผูกสาย

          สายตาของแมวออกแบบให้ถูกดึงดูดความสนใจได้ง่ายจากวัตถุที่เคลื่อนไหว ของเล่นกลุ่มนี้อาศัยการเคลื่อนไหวที่ไม่แน่นอนของตุ้มที่เป็นเหยื่อที่ติดไว้กับลูกบิดประตู หรือบริเวณที่แมวชอบขึ้นไปปีนป่าย การเล่นของเล่นประเภทนี้ควรอยู่ภายใต้สายตาเจ้าของเพื่อป้องกันปัญหาสายที่อาจฟันกันหรือแมวสนุกเพลินจนเผลอกินตุ้มเข้าไป

 Interactive Toys : ของเล่นที่เจ้าของมีส่วนร่วม

          สำหรับเจ้าของที่อยากมีส่วนร่วมในการเล่นกับแมว มีของเล่นหลายชนิดให้เลือก เช่น เบ็ดแมว เลเซอร์พอยท์เตอร์ให้แมววิ่งไล่ตามแสง หรือลูกบอลและห่วงขนาดเล็กที่โยนให้แมวเพื่อให้นำกลับมาให้เจ้าของ (อันนี้ต้องอาศัยการฝึก) อีกกิจกรรมที่แนะนำสำหรับเจ้าของที่มีอ่างอาบน้ำที่บ้านคือ การโยนลูกปิงปองลงไปในอ่างเพื่อให้แมววิ่งไล่

 Toys for hiding : ของเล่นสำหรับหลบซ่อน

          สำหรับแมวที่มีนิสัยเป็นสุดยอดนักสำรวจ ชอบเข้าไปตรวจสอบสอดส่องในสถานที่ใหม่ๆ ผมขอเสนอของเล่นใกล้ตัวอย่างลังกระดาษ และถุงกระดาษครับ จะวางคว่ำหรือวางตะแคงก็ได้ แมวมักจะสนุกกับการเข้าไปสำรวจและซ่อนตัวอยู่ในนั้น ข้อควรระวังคือห้ามใช้ถุงพลาสติกเด็ดขาดครับ เพราะแมวอาจขาดอากาศได้


 การข่วน

          เจ้าของบางคนอาจเกิดคำถามว่าแมวข่วนเล็บทำไม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแมวไปข่วนเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เหตุผลหลักคือเพื่อลับเล็บให้แหลมคมและเพื่อเป็นการทำเครื่องหมายโดยทิ้งรอยข่วนและกลิ่นไว้ที่บริเวณนั้น การหากระดานหรือเสื่อสำหรับลับเล็บไว้ให้แมวที่เลี้ยงในบ้าน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากที่ลับเล็บจะมีทั้งชนิดที่เป็นแนวตั้งและแนวนอน และมีวัสดุที่ใช้ลับเล็บหลากหลาย ตั้งแต่ พรม เรียกมะนิลา ผ้ากระสอบหรือไม้ ดังนั้นในช่วงแรกเจ้าของจึงควรมีที่ลับเล็บที่หลากหลายและจัดวางไว้ทั้งแนวตั้งและแนวนอนให้แมวเลือกเพื่อสังเกตว่าแมวของคุณชอบแบบไหน แมวส่วนใหญ่มักชอบที่ลับเล็บแนวตั้งมากกว่าแนวนอน และชอบวัสดุที่มีพื้นผิวที่ขรุขระมาก มากกว่าที่ขรุขระน้อย การมีที่ลับเล็บที่เป็นวัสดุที่แมวถูกใจและไปวางไว้ในบริเวณที่แมวชอบไปอยู่เป็นประจำเป็นหนึ่งในทางเลือกที่จะลดโอกาสที่แมวจะข่วนเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้

          ปัญหาใหญ่ที่สำคัญที่สุดของแมวที่เลี้ยงในบ้านคือสภาพแวดล้อมที่เหมือนเดิมทุก ๆ วัน การกระตุ้นประสาทสัมผัสการมอง การได้ยินและการรับกลิ่นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าของต้องเรียนรู้


กระตุ้นการมอง

          แมวที่เลี้ยงในบ้านจะมีความสุขมาก ถ้ามีหน้าต่างสักบานให้แมวได้มองเห็นนกหรือกระรอกที่อยู่นอกบ้าน สำหรับคนที่ใช้ชีวิตในเมือง ทีวีแอลซีดี หรือแอลอีดี ในปัจจุบันออกแบบให้มีความถี่สูงในระดับที่แมวจะมองเห็นเป็นภาพต่อเนื่องได้ เราจึงอาจเปิดสารคดีที่มีนก ปลา หรือแมลง เพื่อช่วยชดเชยการมองวิวผ่านทางหน้าต่างได้ การเลี้ยงปลาในตู้หรือในโหลที่ปิดมิดชิดเป็นอีกวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้แมวมีอะไรให้ดูเวลาที่อยู่ว่างๆ ครับ

  กระตุ้นการได้ยิน

          เลือกของเล่นแมวที่มีเสียงหรือโยนลูกปิงปองลงในอ่างอาบน้ำให้แมววิ่งไล่จับจะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสการได้ยิน

  กระตุ้นการรับกลิ่น

          เจ้าของแมวส่วนใหญ่รู้จักแคทนิปกันดีเพราะกลิ่นจากสารเคมี บางตัวในพืชชนิดนี้ผลต่ออารมณ์ของแมว ของเล่นแมวนำเข้าหลายชนิด จึงมักมีแคทนิปในรูปผงใส่มาให้ด้วย แมวมักจะเข้าไปเลีย เอาหน้าไปถูหรือเอปากกัด บางตัวอาจนอนกลิ้งเกลือไปกับพื้นและตะกายขาเหมือนว่ากำลังฝันอยู่ แคทนิปเป็นสิ่งที่ปลอดภัยและเป็นประโยชน์ในการกระตุ้นอารมณ์ของแมว แต่ไม่ใช่แมวทุกตัวที่จะตอบสนองกับกลิ่นแคทนิป

          ตำแยแมว (Indian copperleaf) วัชพืชในรูปพบเห็นทั่วไปตามข้างทางได้ในประเทศไทย มีสารเคมีที่มีผลต่ออารมณ์แมวแบบอ่อนๆ ในส่วนรากคล้ายแคทนิป แนะนำให้ผู้เลี้ยงแมวหามาปลูกไว้ครับ
และหากคุณเคยมีประสบการณ์ที่แมวหนีออกนอกบ้านไปกินหญ้า การปลูกต้นอ่อนข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต หรือข้าวบาร์เลย์ไว้ในบ้าน (หาได้ในไทย) ไว้ให้แมวกัดเคี้ยวเล่นเวลาที่เขาต้องการจะช่วยให้เขามีความสุขได้ครับ

          สุดท้ายผมหวังว่าผู้อ่านทุกท่านพร้อมแล้วที่จะเนรมิตวิมานบนดินให้กับแมวตัวน้อยของคุณ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก็ซื้อความสุขให้แมวได้ บางครั้งแค่กระดาษขยำก้อนเดียวใส่ความรักความใส่ใจจากเจ้าของลงไป ก็พอแล้วครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก


https://pet.kapook.com/view36244.html
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/422281206592505/

Wednesday, November 27, 2019

9 ข้อช่วยคิด ก่อนตัดสินใจรับแมวมาเลี้ยง



        แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักและดูจะเลี้ยงง่าย แต่สัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนก็ตาม ย่อมต้องการเจ้าของที่รัก และใส่ใจเขาจริง ๆ เพราะฉะนั้นหากคุณเป็นมือใหม่ที่คิดจะรับเลี้ยงแมวสักตัว เราอยากให้อ่านข้อมูลพวกนี้สักนิด เพื่อใช้ทบทวนตัวเองว่าคุณพร้อมหรือยังที่จะเลี้ยงเขาค่ะ
 


 1. ต้องมีความรับผิดชอบ

         สัตว์เลี้ยงทุกชนิดมีชีวิต และไม่ใช่ของเล่น เพราะฉะนั้นคุณต้องมั่นใจตัวเองก่อน ว่าเป็นคนรักสัตว์จริง ๆ และมีความพร้อมมากพอที่จะดูแลแมวไปตลอดชีวิตของเขา ถ้าคิดว่าไม่สามารถจะรักเขาได้เท่าคนในครอบครัว ก็อย่าเพิ่งรับเขามาเลี้ยงเลยค่ะ
 
 2. เตรียมบ้านให้พร้อม

         ลูกแมวตัวเล็ก ๆ ซนอย่าบอกใคร เพราะฉะนั้นก่อนจะรับเขามาเลี้ยง คุณต้องเตรียมบ้านให้พร้อมก่อน เก็บสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ เช่น ไหมพรม เอกสารสำคัญหรือของที่จะเสียหายได้ง่าย ให้พ้นจากรัศมีที่น้องแมวจะคว้าถึง รวมถึงเชือกหรือต้นไม้ที่มีพิษก็ควรเก็บไปไว้ไกล ๆ ด้วย เพราะของพวกนี้อาจทำให้น้องแมวเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรได้นะคะ
 
 3. เลี้ยงไว้ 2 ตัวเป็นเพื่อนกันจะดีว่า

          การเป็นลูกคนเดียวเหงาอย่างไร แมวที่อยู่โดดเดี่ยวก็คงรู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน หากคุณจะรับน้องแมวมาเลี้ยง เราอยากให้คุณรับมาเลี้ยง 2 ตัวเลยค่ะ มันอาจจะเป็นการเพิ่มภาระให้คุณอีกเท่าตัว แต่มันจะเป็นการดีกับน้องแมวมากกว่าแน่นอน เขาจะได้มีเพื่อนเล่นตอนคุณไม่อยู่ยังไงล่ะ

4. ค่อยเป็นค่อยไป

          ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือคน ย่อมต้องมีความขลาดกลัว และไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ เพราะฉะนั้นแรก ๆ คุณควรจะจัดห้องเล็ก ๆ ให้น้องแมวอยู่ก่อน เพื่อให้เขาปรับตัวกับสภาพแวดล้อม จากนั้นจึงค่อย ๆ ปล่อยให้เขาออกมาเดินสำรวจพื้นที่อื่น ๆ ด้วยตัวเอง หรือค่อย ๆ ให้เขาทำความรู้จักกับแมวหรือสุนัขที่คุณเลี้ยงไว้
 
 5. ฉีดวัคซีนและทำหมัน


          ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าน้องแมวที่คุณจะรับเลี้ยงนั้นได้รับวัคซีนหรือการทำหมันมาบ้างหรือเปล่า ถ้าไม่ แนะนำให้คุณชวนเพื่อน ๆ หรือใครที่สนใจจะนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนให้ได้เยอะ ๆ แล้วไปพร้อม ๆ กัน เพราะยิ่งเยอะจะยิ่งได้ราคาที่ถูกลง หรือถ้าคุณมีงบสูงพอ ก็อาจจะฝังไมโครชิปให้น้องแมวไปด้วยก็ได้ เผื่อเขาโตขึ้นแล้วหนีไปเที่ยวที่ไหน จะได้ตามหากันได้ง่าย ๆ ค่ะ
 
 6. ห่วงใยเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย

          ปรึกษาสัตวแพทย์ถึงการดูแลน้องเหมียวของคุณ เช่น ต้องให้อาหารประเภทไหน หรือต้องดูแลอย่างไรจึงจะพอดีกับเขา เพราะแมวแต่ละตัวย่อมมีความต้องการที่แตกต่างกัน และพยายามอย่าปล่อยเขาออกไปเล่นข้างนอกบ่อย ยิ่งมีโอกาสไปซุกซนไกลแค่ไหน ก็ยิ่งเสี่ยงจะบาดเจ็บและเสี่ยงถูกทำร้ายมากขึ้นเท่านั้น ดูแลให้เขาอยู่ใกล้ ๆ สายตาไว้ดีกว่าค่ะ เขาจะได้อยู่กับคุณไปนาน ๆ
 
 7. อย่าตัดเล็บให้เขาเด็ดขาด!


          แมวมีนิสัยชอบฝนเล็บ นั่นหมายความว่า โซฟา เฟอร์นิเจอร์หรือแม้กระทั่งรถของคุณอาจต้องตกอยู่บนความเสี่ยงที่จะฉีกขาดหรือเป็นรอย แต่อย่าคิดจะตัดเล็บให้เขาเด็ดขาดนะคะ เพราะเล็บเป็นหัวใจสำคัญของอุ้งเท้าและนิ้วของแมว ถ้าคุณตัดเล็บให้เขา มันจะสร้างความเจ็บปวดและทำให้ชีวิตเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทางที่ดีจัดเตรียมที่ทางสำหรับฝนเล็บให้เขาดีกว่า คุณสามารถหาซื้ออุปกรณ์พวกนี้ได้ง่าย ๆ จากร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงทั่วไปค่ะ
 
 8.  ให้ความรัก เวลา และความใส่ใจ

          ลูกแมวจะซนและมีพลังงานเหลือเฟือ แถมมีนิสัยเรียกร้องความรักความสนใจเหมือนเด็ก ๆ เพราะฉะนั้นคุณควรหาของเล่นไว้ให้เขา และสละเวลาเล่นกับเขาบ้างเท่าที่มีโอกาส อย่าละเลยเขา แม้เขาจะโตและไม่ได้เป็นลูกแมวอีกต่อไป เพราะแมวทุกช่วงอายุต้องการความรักความใส่ใจทั้งนั้นแหละค่ะ
 
 9.  ฝึกนิสัยที่ดีให้แมวตั้งแต่ยังเป็นเด็ก


          แมวที่มีนิสัยอันธพาลและไม่มีมารยาทคงไม่น่ารักเท่าไร เพราะฉะนั้นเราควรจะฝึกให้เขามีนิสัยที่ดีตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ลองปรึกษาทันตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ว่าคุณจะใช้วิธีไหนฝึกให้เค้าไม่ออกเล็บขณะเล่นกับคุณ หรือไม่กระโดดขึ้นโต๊ะอาหารได้บ้าง
 
          สัตว์เลี้ยงก็เป็นเสมือนเพื่อนดี ๆ คนหนึ่ง เพราะฉะนั้นก่อนจะรับเพื่อนมาดูแลสักคน คุณคงต้องมั่นใจก่อนว่าจะดูแลเขาได้อย่างดีและไม่บกพร่อง ถ้า 9 ข้อนี้ยิ่งทำให้คุณมั่นใจ ว่าคุณเองก็เป็นคนรักสัตว์คนหนึ่ง เราก็ขอสนับสนุนให้คุณรับเขาเข้ามาเป็นสมาชิกในบ้านได้เลยค่ะ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/370491506857719584/

Monday, November 25, 2019

วิธีสอนแมวให้รู้จักและจำชื่อตัวเองได้ ใน 7 ขั้นตอน !



          วิธีสอนแมวให้รู้จักและจำชื่อตัวเอง วิธีสอนแมวง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ใน 7 ขั้นตอน ไปดูกันเลยว่ามีวิธีสอนแมวให้รู้จักและจดจำชื่อตัวเองได้ต้องทำอะไรบ้าง

          แมวเอ๋ยแมวเหมียว รูปร่างปราดเปรียวเป็นหนักหนา ร้องเรียกเหมียว ๆ เดี๋ยวก็มา (หรือเปล่า ?) คนเลี้ยงแมวบางคนอาจจะอ่านแล้วส่ายหน้า เพราะแมวที่บ้านนั้นเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมเดินมาหา ไม่สนใจ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันจำชื่อตัวเองได้หรือเปล่า แต่อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งตีความไปว่าแมวของคุณดื้อหรือไม่ยอมเชื่อฟังนะคะ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้ฝึกพวกมันให้จำชื่ออย่างถูกวิธีก็ได้ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำวิธีสอนแมวให้รู้จักและหัดจดจำชื่อของตัวเองมาฝากกันค่ะ

แมวจำชื่อตัวเองได้ไหม ?


          อะสุโกะ ไซโตะ (Atsuko Saito) และ คาซุทากะ ชิโนซูกะ (Kazutaka Shinozuka) นักวิจัยของมหาวิทยาลัยโตเกียวได้ทำการทดสอบและเก็บข้อมูลจากแมวบ้าน 20 ตัวเป็นระยะเวลา 8 เดือน ด้วยการเปิดเทปเสียงเรียกชื่อของเจ้าของและอาสาสมัครอีก 3 คนให้แมวฟัง แล้วนำปฏิกิริยาการตอบรับมาวิเคราะห์ ทั้งการกระดิกหู การแกว่งหาง การหันหน้าหาตำแหน่งของเสียง การขยายของม่านตา และการเคลื่อนไหว โดยพบว่าแมว 15 จาก 20 ตัวมีปฏิกิริยาต่อเสียงของเจ้าของมากกว่าเสียงของอาสาสมัครทั้ง 3 คน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าแมวสามารถจดจำและจำแนกเสียงของเจ้าของออกจากเสียงของคนอื่นได้ แต่จะไม่ยอมเดินไปหาหากไม่เห็นตัว แม้จะรู้ว่าเจ้าของกำลังเรียกอยู่ก็ตาม

วิธีฝึก

 1. ตั้งชื่อให้สั้นและเรียกง่าย

          แน่นอนว่าเมื่อมีเจ้าเหมียวเป็นของตนเองแล้ว เจ้าของทุกคนคงอยากจะคิดชื่อเพราะ ๆ ให้พวกมัน แต่ความจริงแล้วแมวไม่ได้อยากได้ชื่อเพราะ ๆ หรอกนะ เพราะแมวชอบให้ตั้งชื่อสั้น ๆ สัก 1-2 พยางค์และเรียกง่าย ๆ ก็พอแล้ว

 2. ฝึกให้แมวจำชื่อตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ

          ถ้าคุณเริ่มเลี้ยงแมวตั้งแต่ยังเป็นแมวตัวเล็ก ๆ ควรจะรีบฝึกให้แมวจำชื่อตั้งแต่ตอนนี้เลย เพราะได้ผลดีกว่าการฝึกแมวโต ซึ่งนอกจากจะฝึกยากกว่าแล้ว บางทีแมวโตอาจไม่ให้ความร่วมมือเลยก็ได้

3. อย่าลืมให้รางวัล

          วิธีที่ดีที่สุดในการเรียกความสนใจจากแมวคือการให้รางวัล ด้วยการเรียกชื่อพร้อมยื่นขนมให้แมวประมาณ 2-3 ครั้งติดกัน แล้วเดินห่างออกมาอีกหน่อยแต่ทำเหมือนเดิม จนกว่าแมวจะเดินเข้ามาหาของกิน จากนั้นทำซ้ำวิธีเดิมวันละ 2-3 ครั้งไปเรื่อย ๆ จนกว่าแมวจะจำชื่อตัวเองได้

 4. เลี่ยงการใช้น้ำเสียงดุหรือด่า

          แม้แมวจะทำเป็นไม่สนใจ เช่น ฝึกให้วันนี้พรุ่งนี้ก็ลืม แต่อย่าเพิ่งโมโหหรือใส่อารมณ์จนเผลอดุหรือด่าแมวออกไป เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้แมวกลัวและไม่กล้าเดินเข้ามาหาตอนคุณเรียกชื่อ

 5. เปลี่ยนตำแหน่งการเรียกชื่อ
          เมื่อฝึกจนแมวสามารถจดจำชื่อของตัวเองได้แล้ว ควรจะเปลี่ยนตำแหน่งเรียกให้ไกลกว่าเดิมและกระจายไปตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้าน จนกว่าจะครบทุกมุมและสามารถเรียกแมวจากตรงไหนในบ้านก็ได้

6. สอนให้คุ้นเคยกับเสียงทุกคนในบ้าน

          ใช้วิธีการสอนเดียวกันกับทุกคนในบ้าน แต่มีเงื่อนไขว่าควรจะเรียกแมวด้วยชื่อที่เหมือนกัน ที่สำคัญหากเรียกชื่อแล้วแมวเดินไปหาก็อย่าลืมเอารางวัลให้ด้วย

 7. พาไปหาสัตวแพทย์หากฝึกแล้วไม่ได้ผล

          ถ้าแมวไม่มีการตอบรับใด ๆ กับชื่อเรียกหลังจากการฝึก อาจจำเป็นต้องพาแมวของคุณไปหาสัตวแพทย์ เพราะแมวอาจมีปัญหาเรื่องรับเสียงก็ได้ ยิ่งถ้าแมวเป็นสีขาวยิ่งต้องพาไปหาหมอโดยเร็ว เนื่องจากเสี่ยงต่อการเป็นหูหนวกมากกว่าแมวสีอื่น ๆ 

          การฝึกแมวให้รู้จักและจดจำชื่อตัวเองนั้นอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย ฉะนั้นอยากให้ทาสใจเย็น ๆ แล้วค่อย ๆ ฝึกไปทีละขั้นตอน เชื่อว่าเจ้าเหมียวที่ทั้งดื้อและซนจะต้องจำชื่อของตัวเองได้อย่างแน่นอนค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Independent, Animal Planet, discovery, Springer Link และ Wikihow
https://pet.kapook.com/view140777.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/747597606904148370/

Wednesday, July 24, 2019

ทาสแมวรู้เอาไว้ อยากให้แมวสนุกต้องเล่นแบบนี้




       สำหรับสาวกแมวทั้งหลาย การหยอกล้อกับแมวของตัวเอง คงเป็นสิ่งที่น่าเพลิดเพลินใจที่สุด แต่บางครั้งเราอาจลืมไปว่า แมวก็มีอารมณ์เบื่อหรือเซ็ง หากต้องเล่นกับของเล่นหรือวิธีการเดิม ๆ เช่นเดียวกัน ดังนั้นคงจะดีกว่าถ้าคุณรู้ใจแมวเพิ่มขึ้นอีกสักนิด เพื่อให้การเล่นกับแมว เป็นความสนุกสนานของทั้ง 2 ฝ่ายไปพร้อมกัน ซึ่ง www.catster.com ได้แนะนำข้อมูลที่น่าสนใจไว้ ดังนี้

 
1. ทำตัวเหมือนเหยื่อ


          แมวจะรู้สึกสนใจและอยากเล่นกับคุณมากขึ้นเมื่อตัวเองกลายเป็นผู้ล่า และเห็นอีกฝ่ายมีการตอบโต้ ไม่ใช่นิ่งเฉย หรือไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ กลับมา นอกจากนี้หากคุณคิดจะซื้อของเล่นให้แมวสักชิ้น ควรเป็นของเล่นที่สามารถเคลื่อนไหวได้หรือมีหางยาว ๆ อย่างเช่น ไม้ล่อแมว ลูกบอล เป็นต้น ที่สำคัญควรตรวจเช็กให้แน่ใจว่า ของเล่นดังกล่าว ปลอดภัยกับแมวจริงหรือไม่


2. ให้ความรักด้วยการเล่น

          กิจวัตรประจำวันของแมวประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก นั่นคือ เที่ยว กิน และนอน ทั้งนี้คุณอาจเติมความสนุกสนานให้กับแมว ด้วยการแบ่งเวลามาเล่นสักประมาณ 15-20 นาทีต่อวัน โดยเฉพาะช่วงก่อนเข้านอน เพราะไม่เช่นนั้น เจ้าแมวตัวดีอาจขึ้นมาร้องเรียกเหมียว ๆ ข้างหูในช่วงกลางดึก เพื่อให้คุณตื่นไปเล่นด้วยกัน

 
3. ให้แมวเป็นผู้ชนะบ้าง


         การเล่นกับแมวก็ไม่ต่างจากการเล่นกับเด็ก ถ้าคุณจ้องจะเอาชนะอยู่ฝ่ายเดียว หรือปล่อยให้แมววิ่งไล่ตามของเล่นไปเรื่อย ๆ แม้จะดูเป็นเรื่องสนุกสำหรับหลาย ๆ คน แต่บางครั้งแมวอาจรู้สึกท้อแท้ หรือเบื่อหน่ายได้ และบางครั้ง หากคุณนำของชิ้นเดียวกันกลับมาเล่นอีก คราวนี้คุณอาจโดนแมวเมินหรือไม่สนใจไปเลยก็ได้

4. ปรับปรุงนิสัยด้านลบกลายเป็นบวก

          อย่างเช่น ในกรณีที่แมวของคุณชอบวิ่งเข้ามากัดข้อเท้า หรือทั้งฟัดทั้งเหวี่ยงเท้าเป็นว่าเล่น คุณควรหาของเล่นติดตัวเอาไว้ และถ้าหากคุณเห็นแมวส่งสัญญาณว่ากำลังจะทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีก ให้โยนของเล่นไปยังฝั่งตรงข้าม เพื่อทำให้แมวไขว้เขวและเบี่ยงเบนความสนใจไปที่ของเล่นแทน คราวนี้แมวก็จะหันไปกัดของเล่น แทนที่จะงับเท้าหรือขาของคุณ

 
5. ไม่ควรใช้นิ้วแหย่แมว


         หากคิดว่า การที่แมวตัวน้อยกำลังต่อสู้และพยายามอย่างหนัก เพื่อจะไล่จับนิ้วของคุณเป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูแล้วล่ะก็ ควรจะเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่และใช้ของเล่นในเวลาที่ต้องการเล่นกับแมวจะดีกว่า เพราะไม่อย่างนั้นแมวอาจติดนิสัยกัดนิ้วเราไปจนโต ที่สำคัญอย่าลืมแนะนำคนอื่น ด้วยว่า อย่าเผลอใช้นิ้วหยอกล้อกับแมวเราด้วย

         
 คราวนี้คงรู้กันแล้วนะคะว่า ถ้าอยากให้แมวรู้สึกสนุกสนานกับการเล่นของคุณ สามารถทำได้อย่างไรบ้าง จากนี้ก็อย่าลืมนำเทคนิคดังกล่าวไปใช้กันดู และหากใครมีวิธีเล่นกับแมวที่น่าสนใจ นอกเหนือจากนี้ ก็อย่าลืมนำมาแบ่งปันกันบ้างนะคะ


Saturday, January 13, 2018

โมเมนต์น่ารักปนฮา ของครอบครัวเจ้าเหมียว ที่ทาสแมวต้องยิ้มตาม

ตามส่องโมเมนต์น่ารัก ๆ แต่ปนมากับความฮา ของครอบครัวเจ้าเหมียวและลูกตัวน้อย ๆ ของมัน งานนี้การันตีเลยว่า ถ้าบรรดาทาสแมวได้เห็น เป็นต้องยิ้มตามแน่ ๆ 

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/


ภาพจาก : www.boredpanda.com
เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/
โพสต์โดย supership เมื่อ 12 ม.ค. 61 17:30:34


https://world.kapook.com/pin/5a588e4a4d265a310b8b4568

Thursday, January 11, 2018

เมื่อแมวท้องเสีย...จะเป็นอะไรมากไหมนะ ?




 เมื่อแมวท้องเสีย...จะเป็นอะไรมากไหมนะ ? (Cat Magazine)
https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifhttps://img.kapook.com/image/icon/plus.gif




          อาการท้องเสียในแมวเป็นเรื่องที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของทางเดินอาหารและสามารถหายเองได้ หรือเกิดจากการติดเชื้อโรคที่รุนแรงและนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด

อาการที่บ่งบอกว่าแมวมีอาการท้องเสีย ได้แก่ ?

          ถ่ายเหลวเป็นน้ำ และถ่ายบ่อย
          มีเลือดหรือมูกปนมากับอุจจาระ
          มีอุจจาระเลอะเปรอะเปื้อนบริเวณก้อน
          มีไข้
          เบื่ออาหาร
          มีอาการปวดท้อง
          น้ำหนักตัวลดลง
          ไม่มีแรง เหนื่อยง่าย
          มีอการอาเจียน

อะไรที่เป็นสาเหตุให้แมวท้องเสียได้บ้าง 

          สาเหตุนั้นมีมากมาย ตั้งแต่เรื่องธรรมดา ๆ เช่น การเปลี่ยนอาหารอย่างกะทันหัน ก็อาจทำให้ทางเดินอาหารของแมวปรับตัวไม่ทัน จึงทำให้ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึมทำได้ไม่ดี หรือการให้แมวกินนมวัว ซึ่งโดยปกติแล้วแมวไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมวัวได้ จึงเป็นเหตุให้ท้องเสีย เป็นต้น

          นอกเหนือจากนี้ "ความเครียด" ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แมวท้องเสียได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย หรือการมีสมาชิกตัวใหม่เข้ามาในครอบครัว ซึ่งอาการท้องเสียจากสาเหตุเหล่านี้ แมวจะสามารถปรับตัวและหายเองได้ เพียงแต่จะต้องอาศัยเวลาเท่านั้น

          แต่สำหรับอาการท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อหรือโรคบางอย่างนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการรักษาจากสัตวแพทย์ ได้แก่

          การติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต ในทางเดินอาหาร
          ภาวะลำไส้อักเสบ
          เนื้องอกหรือมะเร็งในลำไส้
          โรคเกี่ยวกับตับอ่อน
          ไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือโรคเกี่ยวกับฮอร์โมนอื่น ๆ
          Feline leukaemia virus (ลิวคีเมีย)
          Feline immunodeficiency virus (เอดส์แมว)

ควรทำอย่างไร เมื่อแมวท้องเสีย ?

          อย่างแรกที่ควรทำ เมื่อเหมียวมีอาการท้องเสีย คือการจำกัดบริเวณให้แมวอยู่แต่ภายในบ้านหรือบริเวณจำกัด เพื่อง่ายต่อการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และควรงดการให้อาหารภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อเห็นว่าแมวมีอาการท้องเสีย โดยให้แต่น้ำสะอาดและน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยน้ำส่วนที่เสียไปกับอุจจาระ เมื่อครบ 24 ชั่วโมงแล้ว อาจเริ่มให้อาหารสำเร็จรูปสำหรับแมวท้องเสีย (มีหลายยี่ห้อในท้องตลาด) โดยให้กินทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง ประมาณ 4-6 มื้อต่อวัน แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

          พร้อมกันนี้ให้สังเกตการขับถ่ายของแมวภายใน 48 ชั่วโมง ถ้าหากแมวยังคงมีอาการท้องเสียต่อเนื่องหรือมีอาการอย่างอื่นเพิ่มเติม เช่น อาเจียน ถ่ายมีเลือดปน ควรรีบนำไปพบสัตวแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยถึงสาเหตุที่แท้จริงและทำการรักษา ซึ่งอาจต้องมีการตรวจเลือด เอกซเรย์ เพิ่มเติมโดยการรักษาจะเป็นไปตามสาเหตุและอาการ ได้แก่ การให้ยาฆ่าเชื้อ ยาลดอักเสบ ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ยาแก้อาเจียน สารน้ำ และอิเล็คโทรไลต์ เป็นต้น

          นอกจากนี้ เจ้าของควรจะต้องระมัดระวังและทำความสะอาดมือให้ดีหลังจากสัมผัสกับแมวที่มีอาการท้องเสีย หรือทำความสะอาดสิ่งขับถ่ายของแมว เพราะเชื้อโรค


https://pet.kapook.com/view16936.html