Wednesday, September 7, 2016

10 ข้อที่ควรคำนึง ก่อนมองหาแมวมาเลี้ยง



        เจ้าแมวน้อยน่ารัก ที่มีสายตาขี้อ้อน ทำให้คนรักแมวหลายท่านต้องหลงใหลไปกับพวกมัน จนตัดสินใจซื้อเจ้าเหมียวมาเลี้ยงแบบไม่ทันได้เตรียมความพร้อม ความเป็นอยู่ให้กับเจ้าเหมียว จึงทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อาหาร ความเป็นอยู่ ค่าใช้จ่าย หรือพื้นที่สำหรับเจ้าเหมียว ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีสิ่งที่คนรักแมวควรรู้และเตรียมความพร้อมจาก เว็บไซต์ pets.amerikanki.com ก่อนที่จะตัดสินใจนำสมาชิกตัวน้อยนี้เข้ามาในบ้าน จะมีอะไรกันบ้างนั้นไปดูกันเลยค่ะ


1. พื้นที่

          ใครที่คิดจะหาเจ้าเหมียวมาเลี้ยงนั้น สิ่งแรกที่ควรรู้นั้นก็คือ เจ้าเหมียวเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต้องการพื้นที่ ยิ่งมีพื้นที่มากเท่าไร เจ้าเหมียวก็จะมีความสุขมากเท่านั้น ดังนั้นคนที่คิดจะหาแมวมาเลี้ยงควรจัดสรรพื้นที่ให้เจ้าเหมียวของคุณให้ดี หรือหากบ้านมีพื้นที่ไม่กว้างมากนะ อย่างน้อยก็ให้แมวของคุณได้วิ่งเล่นบนพื้นบ้าง เพราะจะทำให้เจ้าเหมียวรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายมากขึ้น

 
2. ค่าใช้จ่าย


          การจะเลี้ยงสัตว์สักตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะกับแมว ดังนั้นคุณจึงควรเตรียมตัวให้พร้อม เพราะมีหลายสิ่งให้ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเจ้าเหมียวของคุณ เช่น อาหารแมว ที่นอนเจ้าเหมียว ของเล่น เสื้อผ้า หรือแปรงสำหรับแปรงขน ที่สำคัญอย่าลืมค่ายาต่าง ๆ และเรื่องการตรวจสุขภาพแมวด้วยนะคะ



3. เวลา

          ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อแมวมาเลี้ยงสักตัวนั้น คิดให้ดีก่อนว่าคุณมีเวลาให้กับเจ้าเพื่อนเหมียวตัวน้อยของคุณหรือไม่ เพราะแมวเป็นสัตว์ที่ต้องการความรัก ต้องการให้เจ้าของให้ความสนใจ ดังนั้นการใช้เวลาร่วมกับเจ้าเหมียวเป็นสิ่งสำคัญ ก่อนจะซื้อจึงควรตัดสินใจให้ดีก่อนว่าคุณสามารถรับผิดชอบแมวได้มากแค่ไหน



4. อายุขัย

          ถึงแม้จะดูเป็นการใจร้ายเกินไปสักหน่อยกับการที่จะซื้อลูกแมวมาสักตัวแล้ว คุณต้องมาคำนึงถึงอายุขัยของมัน แต่นี่ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ เพราะหากซื้อแมวอายุน้อยคุณจะได้ใช้เวลาด้วยกันอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าแมวจะมีอายุได้นานถึงประมาณ 15 ปี แต่การเตรียมพร้อมในทุกสเต็ปของชีวิตเจ้าเหมียวนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเจ้าเหมียวต้องการการดูแลเอาใจใส่ ดังนั้นใครที่ต้องเดินทางตลอดเวลา ไม่ค่อยอยู่กับบ้าน การเลี้ยงแมวคงจะไม่เหมาะสักเท่าไรค่ะ



5. อาหาร

          เจ้าเหมียวต้องการการดูแลเอาใจใส่ อาหารที่ให้ควรคำนึงถึงสุขภาพของมันเช่นกัน ดังนั้นเจ้าของควรศึกษาให้ดีว่าควรให้อาหารกับเจ้าเหมียวของคุณแบบไหนดี คนรักแมวหลายคนอาจนิยมให้การอาหารเม็ดเพื่อที่ทำให้ขนของเจ้าเหมียวดูสวย แต่จะรู้ไหมว่าการให้อาหารเม็ดมากเกินไปอาจมีผลเสียต่อร่างกายของเจ้าเหมียว เอง ดังนั้นถ้าเจ้าของไม่แน่ใจควรขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์ดีกว่าค่ะ 



6. ลักษณะนิสัย

          แมวแต่ละตัวมีนิสัยไม่เหมือนกันอยู่แล้ว อย่างเช่น แมววิเชียรมาศ นั้นเป็นแมวที่ค่อนข้างบ้าพลัง และต้องการให้คนเอาใจใส่ แต่สำหรับแมวเปอร์เซียร์นั้นจะเป็นแมวที่เรื่อย ๆ เฉื่อย ๆ สบาย ๆ ดังนั้นก่อนที่จะหาแมวมาเลี้ยงนั้นคุณจึงควรหาข้อมูลก่อนว่าแมวชนิดไหนเหมาะ กับการใช้ชีวิตประจำวันของคุณมากกว่า




7. สุขภาพ

          อาการเจ็บไข้ของสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเจ้าเหมียวมาเลี้ยง ควรดูให้แน่ใจว่าก่อนว่าเจ้าเหมียวที่คุณจะซื้อนั้นไม่มีอาการป่วย ด้วยการสังเกตง่าย ๆ ว่าสายตาของมันลอยหรือไม่ ที่หูแห้งหรือเปล่า หรือถ้าคุณสังเกตว่าเจ้าเหมียวมีอาการเซื่องซึมก็ควรมองหาตัวใหม่แทนนะคะ



8. เพศ

          การเลือกซื้อแมวเพศผู้ หรือเพศเมียนั้นยอมต่างกันแน่นอน ดังนั้นคุณเองควรตัดสินใจว่าอยากได้เจ้าเหมียวเพศไหน สำหรับแมวเพศเมียนั้นส่วนมากจะมีนิสัยที่เป็นมิตร ขี้อ้อน เข้ากับคนง่าย แต่แมวเพศผู้จะค่อนข้างซน อยู่ไม่สุข แต่เมื่อแมวเพศผู้นั้นถูกทำหมันพวกมันจะมีนิสัยคล้ายแมวเพศเมีย ซึ่งเวลามองหาซื้อแมวสักตัว ถ้าเป็นแมวที่เพศเมียที่ทำหมันแล้วราคาจะค่อนข้างแพงกว่าแมวทั่วไปค่ะ ดังนั้นตัดสินใจให้ดีก่อนว่าแมวเพศไหนที่คุณอยากเลี้ยงมากกว่ากัน




9. อายุ

          เมื่อต้องการที่จะซื้อแมวมาเลี้ยง คุณควรแน่ใจว่าต้องการเลี้ยงเจ้าเหมียวอายุเท่าไร โดยไม่ควรซื้อลูกแมวที่อายุน้อยกว่า 8 สัปดาห์ เพราะว่าลูกแมวยังเล็กและบอบบางเกินไป เมื่อนำมาเลี้ยงอาจยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ดังนั้นควรซื้อลูกแมวที่อายุอย่างน้อย 12 สัปดาห์ขึ้นไปจะปลอดภัยกว่า

 
10. รับเลี้ยงแมวจรจัด


          สิ่งที่ต้องคำนึงอีกหนึ่งประการสุดท้ายก็คือ คุณต้องการเลี้ยงแมวที่เป็นสายพันธุ์หรือไม่ เพราะเดี๋ยวนี้มีแมวจรจัดมากมายที่คนรักแมวนิยมรับเลี้ยง ทั้งน่ารัก น่าเอ็นดูไม่ต่างจากแมวที่ขายกันตามร้านสัตว์กันเลยทีเดียว ดังนั้นทางเลือกนี้ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่คุณอาจจะเจอแมวที่เหมาะกับคุณ แถมยังได้ทำบุญกับเจ้าแมวไร้บ้านเหล่านี้อีกด้วยนะคะ 



             เพียงแค่คุณศึกษาข้อมูลก่อนที่จะนำเจ้าเหมียว เข้าบ้าน ดูว่าแมวตัวไหนหมาะกับคุณ และเตรียมตัวให้พร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ เท่านี้ก็สามารถเลือกซื้อแมวที่ถูกใจมาอยู่กันอย่างมีความสุขทั้งสองฝ่าย แล้วล่ะจ้า



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เครดิตภาพ   https://www.pinterest.com/pin/1829656091035995/

Tuesday, September 6, 2016

สื่อสารอย่างไรให้เข้าใจน้องเหมียวมากขึ้น




            บางคนที่เคยเลี้ยงแมวเป็นครั้งแรกคง จะเจอปัญหาการสื่อสารกับน้องเหมียว เพราะคุณอาจจะไม่รู้ว่าควรสื่อสารหรือแสดงลักษณะท่าทางอย่างไรเพื่อให้คุณ และแมวเข้าใจกันมากขึ้น วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีที่แสนจะง่ายที่จะทำให้ การสื่อสารระหว่างคุณกับน้องเหมียวเป็นเรื่องกล้วย ๆ แถมยังทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมที่น้องเหมียวแสดงออกมาได้อีกด้วย ดังนี้ค่ะ


  1. สื่อสารด้วยคำพูด หรือเสียงเรียก

           แน่นอนว่าการพูดเป็นการสื่อสารแรก ๆ ที่เราใช้กัน การสื่อสารกับเจ้าเหมียวของคุณเองก็เช่นเดียวกัน เจ้าของควรพูดกับเจ้าเหมียวของคุณด้วยคำพูดง่าย ๆ อย่างเช่น ส่งเสียงเรียกเหมียว ๆ หรืออาจจะเป็นการเรียกชื่อของน้องเหมียวเอง เพื่อที่เจ้าแมวเองจะได้รู้ว่าคุณกำลังพยายามที่จะสื่อสารและทำความเข้าใจ มันอยู่

 

  2. สังเกตจากหาง

           หางจะเป็นส่วนที่บ่งบอกอารมณ์และพฤติกรรมของน้องแมวว่าต้องการจะทำอะไร กำลังอยู่ในอารมณ์แบบไหน แล้วกำลังจะทำอะไร อย่างเช่น เมื่อน้องแมวชูหางตั้งขึ้นเล็กน้อย คุณก็จะรู้ได้ทันทีว่าน้องเหมียวกำลังมีความสุขอยู่ หรือเวลาที่หางของน้องเหมียวสั่นไปมา อาจจะเป็นเพราะน้องเหมียวกับกำลังตื่นเต้นก็เป็นได้

 

  3. ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ


           ใช่แล้วค่ะการสังเกตจากดวงตาของน้องเหมียวก็เหมือนกับการสังเกตดวงตาของคน เพราะจะทำให้คุณรู้เช่นกันว่าตอนนี้น้องเหมียวรู้สึกอย่างไรอยู่ เช่น เวลาที่ตาน้องเหมียวขยายออกอาจจะเป็นไปได้ว่า น้องเหมียวรู้สึกตื่นเต้น หรืออาจจะรู้หวาดกลัว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่น้องเหมียวเผชิญอยู่ค่ะ




4. ส่วนหัวและหูบ่งบอกอารมณ์

           ให้เจ้าของน้องเหมียวลองสังเกตดี ๆ ที่หูของแมวเพราะการที่หูขยับไปขยับมาไม่เหมือนกัน ก็บ่งบอกถึงอารมณ์ที่ต่างไปเช่นเดียวกันค่ะ ส่วนอื่น ๆ บนหัวอย่างเช่น ปาก ลิ้น หรือจมูกก็สามารถทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของน้องแมวได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการที่ลิ้นของน้องเหมียวสั่นไป-มา นั่นอาจจะเป็นเพราะว่า น้องเหมียวรู้สึกกังวล หรือการที่เห็นจมูกของน้องเหมียวเปียก ก็อาจเป็นไปได้ว่าน้องเหมียวกำลังไม่สบายอยู่นะคะ



5. ท่าทางประกอบเวลาพูด

           ถึงแม้ว่าการพูดคุยกับน้องเหมียวจะเป็นการที่จะทำให้น้องเหมียวเข้าใจคุณมาก ขึ้น แต่ลักษณะท่าทางเองก็สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะการที่คุณแสดงท่าทางไปด้วยขณะที่พูดนั้นจะทำให้น้องเหมียวจดจำท่าทาง ได้ เช่น ถ้าคุณบอกให้แมวนั่งลงพร้อมกับทำมือประกอบ แมวก็จะเข้าใจความหมายที่คุณต้องการสื่อออกมาได้ง่ายขึ้น 



6. ฟังเสียงร้องจากน้องเหมียว

           คนที่เลี้ยงแมวอาจจะเคยได้สังเกตว่าเวลาที่น้องแมวต้องการสื่อสารกับคุณ ส่วนมากน้องแมวจะส่งเสียงเรียกด้วยการร้องเหมียว ดังนั้นคุณควรสังเกตการร้องของน้องเหมียวดี ๆ เพื่อที่คุณจะได้เข้าใจว่าน้องเหมียวต้องการจะบอกอะไรกับคุณ อย่างเช่น ถ้าน้องแมวร้องเหมียว ๆ สั้น ๆ ก็คือการทักทาย หรือว่าจะเป็นการส่งเสียงเหมียว ๆ หลายครั้งให้รู้ไว้เลยว่าน้องแมวกำลังตื่นเต้นกับบางสิ่งบางอย่างอยู่


           ไม่ยากเลยใช่ไหมคะกับการสื่อสารกับน้องเหมียวของคุณ เพียงแค่คุณรู้จักสังเกตพฤติกรรมของน้องแมว และศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมว่าลักษณะท่าทางที่น้องเหมียวแสดงออกมานั้นคือ อะไร เท่านี้ทั้งคุณเองและเจ้าเหมียวก็จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขพร้อมความเข้า ใจซึ่งกันและกันแล้วล่ะ




เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/747597606878965640/

Friday, August 26, 2016

10 แมวเมนคูน เหมียวตัวใหญ่ยักษ์ แต่ใจดี ขี้อ้อน น่าฟัดสุด ๆ



       รวม 10 อินสตาแกรมของเจ้าเหมียวเมนคูน แมวยักษ์ใหญ่ใจดี นิสัยน่ารัก ที่ใคร ๆ ต่างก็ตกหลุมรัก ทาสแมวคนไหนชอบแมวสายพันธุ์นี้ ตามไปกดฟอลโลอินสตาแกรมกันได้เลย รับรองว่าได้เห็นความน่ารักทุกวันแน่ ๆ

        แมว เมนคูน (Maine Coon) เป็นสายพันธุ์แมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ขนาดตัวโตเต็มที่ของพวกมันเกือบจะเท่าหมาเลยทีเดียว แต่เห็นตัวใหญ่ขนาดนี้ พวกมันเป็นแมวที่ใจดีและน่ารักเอามาก ๆ เจ้าเหมียวพวกนี้จะชอบอยู่กับคน ไม่กลัวคนแปลกหน้า ทั้งยังขี้อ้อนซะด้วย ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงเลี้ยงแมวพันธุ์นี้กัน และวันนี้เราก็มีอินสตาแกรมของแมวเมนคูนมาฝาก ใครที่ตกหลุมรักเจ้าเหมียวพันธุ์นี้ตามไปฟอลโลด่วนเลย

1. แซมสัน (Samson)

        เจ้าแซมสัน แมวยักษ์อายุ 4 ปี ตัวนี้มีขนาดตัวที่ถือว่าใหญ่มาก ๆ เพราะลำตัวยาวถึง 4 ฟุต และหนักถึง 12.7 กิโลกรัม แต่ถึงแม้จะเห็นตัวใหญ่ขนาดนี้ แต่ก็ถือว่าไม่อ้วนนะ เพราะน้ำหนักอยู่เกณฑ์ปกติ เหมาะสมกับโครงสร้างร่างกายของมันเป๊ะ 








2. ชาร์ลี (Charlie)

        ส่วนเจ้าเหมียวชาร์ลีจากออสเตรเลียตัวนี้ เป็นแมวที่ชอบผจญภัยเป็นชีวิตจิตใจ เรียกว่าลุยได้แบบไม่เกรงใจน้ำหนักตัวเลย ไม่ว่าจะปีนเขา ล่องเรือ เดินป่า แถมยังเดินลุยลำธารได้แบบไม่มีกลัวสักนิด  หรือถ้าวันไหนที่ไม่ได้ไปผจญภัย ก็จะขอนั่งซ้อนท้ายจักรยาน ขี่เล่นไปรอบ ๆ บ้านกับเจ้านาย








3. มารุเซีย&วาเซีย (Marusia & Vasia )

        มารุเซียและวาเซีย สองศรีพี่น้องเมนคูนจากรัสเซียคู่นี้ ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ ๆ หรอกนะ แต่หน้าตาของพวกมันกลับเหมือนกันเป๊ะ รวมทั้งสีขนและลวดลาย ทั้ง 2 ตัวเกิดเดือนพฤศจิกายนเหมือนกันแต่ห่างกัน 1 ปี โดยเจ้ามารุเซียผู้เป็นพี่ มีอายุได้ 2 ปี ส่วนเจ้าเหมียววาเซียนั้นมีอายุ 1ปี 







ภาพจาก อินสตาแกรม marusia_mainecoon 


4. ลูอิจิ (Luigi)

        ไม่มีอะไรที่เจ้าเหมียวลูอิจิชอบไปมากกว่าการนอนอีกแล้ว จะเห็นได้จากรูปบนอินสตาแกรมของมันที่เต็มไปด้วยรูปของมันตอนนอน นอน นอน แล้วก็นอน ! นอกจากนี้แล้วอินสตาแกรมของมันไม่ได้แค่มันตัวเดียวเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยแก๊งเพื่อนเหมียวของมันอีกหลายตัวเลย  







ภาพจาก อินสตาแกรม lifeof_luigi


5. โยดี & พิพพี (Yodi & Pippi)

        2 เหมียวเมืองแบร์เกน ประเทศนอร์เวย์ เป็นคู่หูแมวตัวติดกันมาก ๆ พวกมันจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ทั้งตอนกิน ตอนนอน และตอนเล่น อย่างตอนเล่นกล่องกระดาษ ขนาดมีแค่กล่องเดียวพวกมันยังปีนขึ้นไปนั่งด้วยกันแบบไม่กลัวกล่องพังเลย ล่ะ 





ภาพจาก อินสตาแกรม 2_coonis_and_me


6. ยูกิจิ  (Yukichi)

        หากพูดถึงเรื่องแมวเหมียว จะขาดแมวจากประเทศญี่ปุ่นที่รักและเลี้ยงแมวเหมือนลูกไปได้ยังไง เจ้าเหมียวยูกิชิ เมนคูน 3 สีตัวนี้ ก็ดังไม่น้อยไปกว่าใครเลยนะ กิจกรรมโปรดของมันจะเป็นการวิ่งขึ้นลงบันไดเล่น ถึงจะตัวใหญ่ไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเล่นเลย







ภาพจาก อินสตาแกรม yukichi_kikuchi


7. กุสทาฟ (Gustav)

        เจ้าเหมียวกัสทาฟเป็นแมวที่มีลักษณะคล้ายตัวลิงซ์ (Lynx) มาก ๆ ทั้งลวดลายบนใบหน้า ลักษณะหูที่มีขนยาวตั้งชัน ส่วนขนของมันก็ดกดำและยาวสวยมาก ๆ  แต่ก็คงเป็นได้แค่อดีต เพราะตอนนี้มันโดนไถขนซะเกลี้ยงเลย มีแค่ที่ขา หัว และหางของมันเท่านั้นที่ยังมีขนยาวสลวยหลงเหลืออยู่







ภาพจาก อินสตาแกรม gustavbatman


8. แบกซ์เตอร์ & วินสตัน (Baxter & Winston)

        จะเรียกว่าเป็นฝาแฝดกันก็ได้สำหรับสองพี่น้อง แบกเตอร์และวินสตัน โดยพวกมันเกิดพร้อมกันและตอนนี้ทั้งคู่ก็มีอายุได้ 4 ขวบแล้ว กิจกรรมโปรดของพวกมันก็คือ การนั่งเล่นบนที่นั่งข้างหน้าต่าง ส่องดูนกที่บินลงมาเล่นเดินที่สนามหญ้าหน้าบ้าน







ภาพจาก อินสตาแกรม claire_l_jarvis


9. มาร์เซล

        เจ้าเหมียวมาร์เซลหน้าแบ๊วตัวนี้อาศัยอยู่กับเจ้านายของมันพร้อมกับเจ้าเมลิ ซซา เหมียวพันธุ์สก็อตติชโฟลด์สีเทาอีกหนึ่งตัว เจ้าเหมียวมาร์เซลชอบลงไปนอนเล่นในอ่างล้างหน้าเอามาก ๆ แต่อ่างล้างหน้าต้องแห้งและไม่มีน้ำเท่านั้นนะ ไม่งั้นเจ้ามาร์เซลจะไม่มีวันเข้าใกล้เลย ! 







ภาพจาก อินสตาแกรม oksyandcats


10. เด็กซ์เทอร์ & เดนนิส

        เป็นพี่น้องสองเหมียวที่หน้าตาเหมือนกันมาก ๆ สำหรับเจ้าเด็กซ์เทอร์และเจ้าเดนนิส  เหมือนกันถึงขนาดที่เจ้านายของพวกมันขอท้าแฟน ๆ ให้แยกเจ้าเหมียวสองตัวนี้ให้ออกว่าตัวไหนเป็นตัวไหน อย่างงอย่าสับสนนะจ๊ะถ้าเห็นรูปคู่ของพวกมัน 







ภาพจาก อินสตาแกรม dexteranddennis


http://pet.kapook.com/view155384.html

Sunday, August 7, 2016

ข้าน้อยขอสิโรราบ เจ้าสึซึมารุ เหมียวมาดดุผู้ทำตัวเป็นเจ้าของทุกอย่างในบ้าน




       ทาสเหมียวต้องยอมสิโรราบ เมื่อเจอเจ้าสึซึมารุ แมวเทวดาผู้วางตัวเองเป็นใหญ่ มีอำนาจเหนือสิ่งอื่นใดในบ้าน ไม่ว่าจะไปนั่งตรงไหน ส่งสายตามองแรงประหนึ่งหวงของตลอด ฮึ้ย มันน่าจับมาลูบพุงสัก 10 ทีจริง ๆ เลย

        เรื่องราวของเจ้าเหมียวขาใหญ่ตัวนี้ถูกนำมาเปิดเผยบนเว็บไซต์ Rocketnews24 ของญี่ปุ่น ระบุว่า ตอน นี้เจ้าเหมียวสึซึมารุกำลังเป็นที่รู้จักในบนโลกออนไลน์ของคนรักแมว เมื่อเจ้าของของมันขอแชะภาพมาแฉให้โลกรู้ ว่าเจ้าเหมียวที่เลี้ยงดูอยู่ทุกวันมีพฤติกรรมที่น่าหมั่นไส้เอามาก ๆ มันจับจองเป็นเจ้าของข้าวของทุกอย่างภายในบ้านเลย หนอยยยยยยยย ช่างเหิมเกริมนัก !!

  
             เจ้าของเล่าผ่านทวิตเตอร์ @kokesukepapa ว่า เจ้าเหมียวสึซึมารุนั่งทำตัวเป็นเจ้าของหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ขัดขวางไม่ให้เจ้าของตัวจริงได้อ่านได้แตะต้องเลย และที่พีคสุด ๆ ก็คือ ช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นอยู่ในช่วงฤดูร้อน เจ้าสึซึมารุก็ชอบไปนั่งพิงพัดลม จับจองเป็นเจ้าของเรียบร้อย แค่นั้นยังไม่พอ มันยังเหยียดยื่นเท้าน้อย ๆ ไปวางบนเซนเซอร์ ทำให้พอเจ้าของกดรีโมทจะปิดจะปรับพัดลมเมื่อไหร่ ก็ไม่สามารถทำได้เลย ฮ่า ๆ ๆ แสบจริง ๆ ตัวแค่เนี้ยะ










































http://pet.kapook.com/view154157.html