Wednesday, April 8, 2020

ฝึกเจ้าเหมียวเดินตามสายจูงไม่ใช่เรื่องยาก


ฝึกเจ้าเหมียวเดินตามสายจูงไม่ใช่เรื่องยาก (Lisa)

           เนื่องจากแมวส่วนใหญ่มักมีนิสัยขี้รำคาญ เราจึงไม่ค่อยเห็นแมวใส่ปลอกคอหรือแมวใส่สายจูงเดินเล่นตามสวนสาธารณะ ซึ่งการจะฝึกให้แมวเดินตามสายจูงนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงมีความอดทนใจเย็น และขยันในการฝึกฝนเท่านั้น

           โดยเริ่มแรกเราควรมีผู้ช่วยอีกหนึ่งคน ขณะที่เรากำลังถือสายจูงก็ให้ผู้ช่วยล่อแมวให้ไปหาอยู่ตรงปลายทาง (อาจใช้อาหารชิ้นเล็กๆ หรือของเล่นที่มีเสียงมาล่อ) ในช่วงเริ่มต้นการฝึกควรให้เดินเป็นระยะสั้นๆ สัก 4-5 ฟุตก่อน ซึ่งเจ้าของควรเดินตามอยู่ใกล้ๆ เมื่อแมวเดินไปถึงจุดหมายแล้วอย่าลืมให้รางวัลเป็นอาหารที่มันโปรดปรานชิ้นเล็กๆ และปล่อยให้เจ้าเหมียวได้เดินสำรวจบริเวณนั้นอย่างอิสระสักพักหนึ่งแล้วค่อยฝึกต่อ

           ทั้งนี้ ในการฝึกขั้นที่ 2 ควรเพิ่มระยะทางขึ้น จากนั้นก็ลองไม่ต้องมีผู้ช่วยโดยที่คุณยังจูงสายจูงนำหน้าแมวเล็กน้อย และเรียกชื่อมันเพื่อเป็นการดึงความสนใจไปในทิศทางที่เป็นจุดหมายด้วย

           เมื่อเจ้าเหมียวผ่านการฝึกฝนจนเป็นนิสัยแล้ว ก็จะกลายเป็นแมวคู่หูของเราที่สามารถพาออกไปเดินเล่นไหนต่อไหนได้ตลอดเวลา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://pet.kapook.com/view2023.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/387520742928956279/

Tuesday, April 7, 2020

จริง ๆ แล้ว แมวเหมียวกินนมได้หรือไม่นะ?


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

     ถ้าจะให้จับคู่สัตว์เลี้ยงแสนรักกับของโปรดของพวกมันล่ะก็ ก็ต้องนึกถึงสุนัขกับกระดูก หนูกับแผ่นชีสหนึบ ๆ และเหมียว ๆ กับน้ำนม เพราะจับมาวางตรงหน้าพวกมันทีไร ก็กินแบบเอร็ดอร่อยทุกที ที่สำคัญอาหารเหล่านี้ก็ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายของสัตว์เลี้ยงอีกด้วย แต่ใครจะรู้ล่ะว่าจริง ๆ แล้ว หากแมวเหมียวกินนมเข้าไปมาก ๆ ก็เป็นโทษต่อพวกมันได้เหมือนกัน วันนี้เราก็เลยนำคำแนะนำเกี่ยวกับการให้นมแมวมาให้คุณพิจารณากันว่า ควรจะให้นมเหมียว ๆ อย่างไรถึงจะเหมาะสม

      ควรจะให้แมวกินนมไหม?

           หากตอนนี้คุณให้เหมียว ๆ กินนมอย่างเดียวล่ะก็ ควรสลับสับเปลี่ยนอาหารประเภทอื่นให้เจ้าขนฟูบ้างนะคะ เพราะร่างกายของแมวก็ต้องการสารอาหารชนิดอื่น เพื่อใช้ในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายเช่นเดียวกัน ซึ่งเจ้าเหมียวนั้น ต้องการสารอาหารจำพวกแคลเซียม แค่ 20 - 30 แคลอรี่ต่อวัน แต่ปริมาณนมที่แมวกินส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 83 แคลอรี่ และถ้าหากคุณปล่อยให้เหมียว ๆ กินจนหมดถ้วยก็จะได้รับพลังงานไปถึง 149 แคลอรี่ มากกว่าที่มันต้องการถึง 4 เท่า อีกทั้งพลังงานที่เหลือนี้ก็จะเข้าไปสะสมในร่างกายแล้วทำให้เหมียว ๆ กลายเป็นโรคอ้วนได้นะ

      แมวจะแพ้น้ำตาลแลคโตสทุกตัวเลยหรือเปล่า?

           โดยปกติแล้วอาการแพ้น้ำตาลแลคโตส หรือที่เรียกกันว่าโรค Lactose Intolerant นั้น สามารถเกิดขึ้นได้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด รวมถึงแมวด้วย ฉะนั้นอาการนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นกับแมวทุกตัวเสมอไป และอาจจะเกิดขึ้นกับแมวบางตัวเท่านั้น ซึ่งคุณสามารถสังเกตอาการได้ง่าย ๆ โดยถ้าหากเห็นเหมียว ๆ ท้องเสีย หรือท้องอืดบ่อย ๆ หลังจากหย่านม ก็ให้สงสัยเอาไว้ก่อนเลยว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับโรคนี้ เพราะอาการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าลำไส้ของเหมียว ๆ นั้นไม่สามารถจะย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ โดยเฉพาะแมวที่มีอายุมาก ดังนั้นหากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ก็ควรหยุดให้นมเหมียว ๆ ทันทีเลยนะคะ ก่อนที่จะเป็นอันตรายกับพวกมัน


           ถ้าจะให้ดีคุณก็ควรให้นมในปริมาณที่เหมาะสมจะดีกว่า สารอาหารทุกอย่างนั้น ต่างก็มีความสำคัญเท่า ๆ กันหมด ฉะนั้นนอกจากให้แมวกินนมแล้ว ก็ควรให้อาหารชนิดอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย เหมียว ๆ ของคุณจะได้มีสุขภาพที่ดีและอยู่กับคุณไปนาน ๆ ยังไงล่ะคะ

https://pet.kapook.com/view49608.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/747597606882526361/

Monday, April 6, 2020

โรคโลหิตจางจากการติดเชื้อในแมว



โรคโลหิตจางจากการติดเชื้อในแมว (FELINE INFECTIOUS ANEMIA) (Cat Magazine)

เรื่อง : น.สพ.พัฒนา ร้อนชินกร

            โรคโลหิตจางจากการติดเชื้อในแมวโรคนี้อาจเรียกว่า Feline Hemotropic Mycoplasmosis หรือ Infection by Hemobartonella felis หรือ Infection by mycoplasma haemofelis เชื้อนี้จะอาศัยอาศัยอยู่ในร่างกายของแมวและใช้กลไกของร่างกายแมวในการเพิ่มจำนวนเชื้อ พยาธิชนิดนี้เป็นเชื้อที่สูงกว่าแบคทีเรีย และชอบเกาะติดกับเม็ดเลือดแดงของแมวล่องลอยไปตามกระแสเลือดจนกว่าภูมิต้านทานของร่างกาย แมวจะพบและทำลายเม็ดเลือดแดงเพื่อกำจัดเชื้อ

 Hemobartonella felis (มีชื่อใหม่ว่า Mycoplasma haemofelis)

            เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคโลหิตจางในแมวเดิมมีชื่อว่า Hemobartonella felis เชื้อเป็นตระกูล bacterium แต่เป็นกลุ่มพิเศษของแบคทีเรียที่เรียกว่า Mycoplasma ซึ่งแตกต่างจากแบคทีเรียอื่นเนื่องจากไม่มีผนังเซลล์ (cell wall) ที่จะปกป้องสิ่งที่อยู่ภายในเซลล์ของมันอย่างแบคทีเรียตัวอื่น จึงไม่สามารถเพาะเชื้อบนจานเพาะเชื้อได้ เนื่องจากต้องอาศัยเซลล์ที่มีชีวิตในการดำรงอยู่

            Hemobartonella felis พบครั้งแรกในแอฟริกาเมื่อ ค.ศ. 1942 แต่ไม่ทราบว่าเป็นตระกูล mycoplasma จนกระทั่งทราบการเรียงตัวของยืนเมื่อเร็วๆ นี้ จึงมีการเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป็น Mycoplasma haemofelis และคงเห็นชื่อใหม่นี้แทนชื่อเก่าการเรียงตัวของยืนของเชื้อสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งเชื้อมีขนาดเล็กกว่าเรียกว่า Candidatus M haemominutum เชื้อที่เล็กกว่าก่อให้เกิดโรคในแมวมากกว่าโดยเฉพาะในรายที่ติดเชื้อ feline leukemia virus

            ชื่อโรค feline infectious anemia ความจริงไม่ตรงกับโรคนัก เนื่องจากมีโรคอื่นที่สามารถทำลายเม็ดเลือดแดงได้ก่อให้เกิดอาการโลหิตจาง จึงเปลี่ยนชื่อโรคใหม่ว่า Feline Hemotropic Mycoplasmosis ซึ่งเหมายถึงการติดเชื้อ Mycoplasma ในเลือดของแมว


 แมวที่ติดเชื้อเกิดอาการอย่างไร

            แมวที่ติดเชื้อภูมิต้านทานจะทำงานหนักเพื่อจับกับเซลล์เม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้อ เม็ดเลือดแดงที่ภูมิต้านทานไปจับจะถูกขับออกจากร่างกายโดยทางม้าม เชื้อจะถูกทำลาย แต่ธาตุเหล็กจะถูกนำกลับมาใช้สร้างเม็ดเลือดแดงใหม่ เมื่อเม็ดเลือดแดงถูกทำลายมากๆ แมวจะเกิดภาวะโลหิตจาง

            แมวที่ติดเชื้อจะมีเหงือกซีด (บางตัวอาจพบอาการดีซ่าน) และอ่อนเพลีย แมวที่โลหิตจางบ่อยครั้งทีเดียวพบว่าจะกินฝุ่น และทราบสำหรับให้ขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะเพื่อเสริมธาตุเหล็กส่วนมากมีไข้ การตรวจนับเม็ดเลือดจะพบว่าเม็ดเลือดแดงลดลง และไขกระดูกมีการสร้างเม็ดเลือดออกมามากโดยปล่อยเม็ดเลือดแดงที่ยังไม่สมบูรณ์ออกมาด้วย เนื่องจากร่างกายรู้ว่ากำลังขาดเม็ดเลือด จึงเร่งสร้างออกมาทดแทน ในรายที่ติดเชื้อ feline leukemia ร่วมด้วยจะยิ่งทำให้อาการโลหิตจางรุนแรงขึ้น เนื่องจากเชื้อไวรัสจะไปกดไขกระดูกทำให้สร้างเม็ดเลือดแดงได้น้อย

            เมื่อแมวติดเชื้อใหม่ ๆ จะกินเวลาประมาณ 1 เดือน ที่จำนวนเชื้อจะเพิ่มปริมาณจนทำให้แมวแสดงอาการป่วยได้ อัตราการตายจะสูงที่สุดในช่วงระยะเวลา 1 เดือนหลังแสดงอาการ ถ้าแมวสามารถฟื้นตัวได้จะเป็นตัวแพร่โรค และถ้าเกิดความเครียดจะกระตุ้นให้เชื้อมีการเพิ่มจำนวนและแสดงอาการป่วยได้


 การวินิจฉัยโรค

            เนื่องจากไม่มีผนังเซลล์จึงไม่สามารถเพาะเชื้อบนจานเพาะเชื้ออย่างแบคทีเรียอื่น ๆ ได้ จึงต้องเพาะโดยวิธีพิเศษ และมักเก็บตัวอย่างมาเพาะเชื้อจากปัสสาวะ ส่วนมากแล้วมักตรวจหาเชื้อจากเลือดโดยตรงจะพบเชื้ออยู่ในเม็ดเลือดแดงดังรูปที่แสดงข้างบน โอกาสที่จะพบเชื้อมีค่อนข้างน้อยเนื่องจากเชื้อจะอยู่ในกระแสเลือดเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ปริมาณเชื้อที่ตรวจได้อาจต่างกัน 90-1% ถ้าตรวจห่างกันเพียง 3 ชั่วโมง จึงมีโอกาสตรวจไม่พบเชื้อได้ค่อนข้างสูงแม้ว่าแมวจะแสดงอาการของโรคก็ตาม ในปัจจุบันการตรวจด้วยวิธี PCR technology สามารถทำให้พบเชื้อได้ง่ายขึ้นแม้แต่ในแมวที่เป็นพาหะของโรคที่มีเชื้อแฝงอยู่

แมวที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค

            แมวที่ชอบออกไปเที่ยวนอกบ้านมีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อสูง เนื่องจากมีโอกาสติดหมัดมากกว่าแมวที่อยู่ในบ้านแมวตัวผู้อายุน้อยกว่า 4-6 ปี ติดเชื้อได้ง่ายที่สุดเพราะมีการต่อสู้กัน และมักมีประวัติฉีดวัคซีนไม่ครบ การติดเชื้อ feline leukemia virus เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น เนื่องจากภูมิต้านทานลดและมีภาวะโลหิตจางทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายกว่า และแมวมักแสดงอาการป่วยหนักกว่าแมวปกตินอกจากนี้ กรณีที่ติดเชื้อร่วมเช่นนี้ยังทำให้โอกาสเป็นมะเร็งของไขกระดูกสูงขึ้น แมวที่เป็น feline immunodeficiency virus ไม่ทำให้อาการของโรค hemotropic mycoplasma infection รุนแรงขึ้น

            แมลงดูดเลือด เช่น หมัด, เหา, เห็บ, และยุง สามารถแพร่กระจายโรคได้ จึงควรป้องกันและกำจัดแมลงเหล่านี้ การให้เลือดแมวอาจเป็นสาเหตุของการติดโรคได้ เนื่องจากในสัตว์มักไม่มีการตรวจหาโรคเหล่านี้ก่อนการให้เลือด


 การรักษา

            ค่อนข้างง่ายเนื่องจากมียาหลายชนิดที่ใช้ในการรักษา แต่ท่านเจ้าของต้องให้ยาตามที่สัตวแพทย์สั่ง อย่างน้อย 3 สัปดาห์ จึงจะสามารถควบคุมอาการของโรคได้
การให้ยาฆ่าเชื้อเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการรักษา กล่าวคือ ต้องมีการยับยั้งการทำลายเม็ดเลือดแดง โดยต้องให้ยากดภูมิ ซึ่งยาที่นิยมที่สุดเป็นยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ยาจะทำให้เม็ดเลือดแดงถูกทำลายน้อยลง ส่วนมากแล้วแมวมักตอบสนองกับการรักษาได้ดี แมวที่เป็นพาหะส่วนมากจะไม่รักษา เนื่องจากเชื้อมีปริมาณน้อยและยามักเข้าไม่ถึงเชื้อ


 สุนัขสามารถเป็นโรคนี้ได้หรือไม่

            เดิมทีในสุนัขมีเชื้อที่เรียกว่า Hemobartonella canis ตอนนี้ก็เปลี่ยนชื่อเป็น Mycoplasma haemocanis ซึ่งมักไม่ก่อปัญหาให้กับสุนัข ยกเว้นในรายที่ถูกตัดม้ามออก ร่างกายจึงไม่สามารถกำจัดเม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้ออกไปได้ (ม้ามเป็นอวัยวะสำคัญที่คอยกำจัดเม็ดเลือดที่เสีย) ถ้าดูจากการเรียงตัวของยืนแล้วเชื่อว่าเชื้อของแมวน่าจะอาศัยอยู่ในสุนัขได้ แต่ความจริงที่พบก็คือว่า เลือดของสุนัขที่เป็นโรคไม่สามารถติดต่อถึงแมวได้ ในขณะเดียวกันเลือดของแมวที่เป็นโรคก็ไม่สามารถทำให้สุนัขติดโรคได้เช่นกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก 


เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/699183910917097481/

Sunday, April 5, 2020

ไขข้อข้องใจทำไมแมวตกจากที่สูงแต่ยังมีชีวิตรอดราวปาฏิหาริย์


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 

หากจะเปรียบแมวเป็นนักยิมนาสติก็คงไม่ผิดนัก เพราะไม่ว่าจะตกหรือกระโดดลงมาจากความสูงระดับไหน สุดท้ายแล้วก็สามารถกลับมายืนอย่างสง่างามและเดินได้ตามปกติทุกครั้งไป แถมยังไม่มีอาการเจ็บปวดให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ใครต่อใครเรียกขานกันว่า เป็นสัตว์ที่มี 9 ชีวิต ทั้งนี้เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง เราจึงขอนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน 

 1. โฟกัสไปยังพื้นที่เป้าหมาย

            หลังจากที่แมวตกหรือกระโดดลงมาจากที่สูง กระดูกชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งอยู่บริเวณหูชั้นในที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัวของร่างกาย จะควบคุมให้ให้ร่างกายค่อย ๆ พลิกตัวทีละส่วน โดยเริ่มจากส่วนหัว เพื่อให้สมองคำนวณหาพื้นที่ที่ปลอดภัยและเหมาะสมต่อการทิ้งตัว 

 2. พลิกตัวทีละส่วน

            จากนั้นแมวจะจัดระเบียบร่างกายให้กลับมาอยู่ในท่ายืนปกติ โดยพลิกลำตัวช่วงบริเวณขาหน้าทั้งหมดก่อนแล้วตามด้วยขาหลัง ซึ่งการที่แมวมีโครงสร้างของกระดูก และกล้ามเนื้อที่มีความยืดหยุ่นมากเช่นนี้ ทำให้พวกมันสามารถพลิกตัวในลักษณะดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย นับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้อีกด้วย 


 3. ขยายพื้นที่ลดแรงกระแทก 

            เหตุการณ์นี้ใช้หลักการเดียวกับกฎทางฟิสิกส์ กล่าวคือยิ่งวัตถุที่หน้าตัดพื้นที่มาก ระดับความเร่งของแรงโน้มถ่วงก็จะน้อยลง ฉะนั้นทุกครั้งที่แมวทิ้งตัวลงมาจากที่สูง ก็จะยืดร่างกายและกางอุ้งเท้าทั้ง 4 ข้างออก เป็นการสร้างแรงต้านอากาศ เพื่อชะลอความเร่งส่งผลให้ระดับความเร็ว และแรงกระแทกลดน้อยลงไปด้วย 

 4. เหยียดขาตรง 

            เมื่อถึงตำแหน่งที่กำหนดแมวก็จะเหยียดขาหน้าออกพร้อมกับโก่งตัวขึ้น เพื่อถ่ายแรงกระแทกไปยังข้อต่อในส่วนอื่น ๆ ซึ่งลักษณะการลงเช่นนี้ช่วยลดโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้มากขึ้น แตกต่างจากสัตว์ชนิดอื่น ๆ ที่มักจะใช้ร่างกายทุกส่วนลงพื้นพร้อมกันก็จะมีโอกาสบาดเจ็บมากกว่า เนื่องจากไม่มีการผ่อนแรงกระแทกนั่นเอง 

            ทั้งนี้ไม่ว่าแมวจะตกจากความสูงในระดับไหนก็ตาม หากมีระยะเวลาสำหรับการจัดระเบียบร่างกายมากเพียงพอ โอกาสในการรอดชีวิตก็จะสูงขึ้น และเกิดการบาดเจ็บน้อยกว่าที่คิด ในทางกลับกันถ้าหากไม่สามารถจะพลิกตัวหรือกลับมายืนในท่าดังกล่าวได้ แมวก็มีสิทธิ์บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้เช่นกันคราวนี้คงหายสงสัยกันแล้วนะคะว่าทำไมแมวอึดและทนได้ขนาดนี้ 

Friday, April 3, 2020

15 พฤติกรรมประหลาดแบบเหมียว ๆ ที่มีแต่แมวเข้าใจ !

ภาพจาก  https://www.pinterest.com/pin/360076932712432898/

         ระดับพระเจ้าแมวแล้วจะมาแบบปกติธรรมดาได้ไง ทั้งท่ายากทั้งพฤติกรรมแปลก ๆ ขนมาให้หมด เอาให้ฮาจนท้องแข็งกันไปเลย !

          แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่คนนิยมเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคลายเหงาและหลาย ๆ คนก็ตกหลุมรักเจ้า 4 ขาหน้าขนเหล่านี้ เพราะพวกมันมีทั้งความน่ารัก สดใส ขี้อ้อน และเป็นมิตร แต่บางทีพฤติกรรมของแมวเหล่านี้ก็ออกจะแปลกและเข้าใจยากไปสักหน่อย อย่างเช่น 15 พฤติกรรมตัวอย่างที่ทางเว็บไซต์ boredpanda  ได้รวบรวมมาให้ชมกัน

ภาพจาก Laiinkyree

1. ไม่สนใจว่าจะเป็นอะไร ถ้าเข้าได้คือนั่งได้

ภาพจาก fnordstar

2. ยังรักมั่นในกล่อง ถึงแม้ของเล่นใหม่จะอยู่ข้าง ๆ ก็ตาม

ภาพจาก catpuccinoz

3. วิธีการกินอาหารจากถาดที่ถูกต้องคือต้องมุดตัวเข้าไปกินแบบนี้

ภาพจาก imgur

4. ประตูใหญ่เปิดอยู่ทำไมไม่ออกล่ะเจ้าเหมียว ไปมุดประตูเล็กทำไม ???

ภาพจาก Serfty

5. แค่กินน้ำต้องทำให้เป็นเรื่องยากขนาดนั้นเลยเหรอ ?

ภาพจาก boredpanda

6. ห้ามนั่งบนคีย์บอร์ด แต่ไม่ได้ห้ามนั่งบนหน้าจอใช่ปะ ?

ภาพจาก imgur

7. ค่อย ๆ กินก็ได้ ตัวพันกันหมดแล้วนั่น

ภาพจาก brettrosey

8.  ถ้วยข้าง ๆ น่าจะกินง่ายกว่านะเจ้าเหมียว

ภาพจาก MrStabbers

9. เดี๋ยวนะ...ต้องกินจากถ้วยข้างล่างหรือเปล่า ?

ภาพจาก  ladyfriday

10. กินอาหารแมวมานานแล้ว ขอลองอาหารหมาบ้างแล้วกัน

ภาพจาก imgur

11. มนุษย์บอกว่าซื้อของเล่นมาให้ใหม่ กล่องนี่ใช่ไหม ?

ภาพจาก lilred181

12. ท่ากินนี่กินขาดไปเลย

ภาพจาก  lyonnaiselinds 

13. ไม่นอนข้างในเบาะแล้วจะมีปัญหาอะไรไหมเจ้ามนุษย์ ? 

ภาพจาก falcores

14. ขอบคุณสำหรับเบาะนอนใหม่นะทาส นิ่มมากเลย หมายถึงกล่องนะไม่ใช่เบาะ

ภาพจาก cinziamaria.wordpress.com

15. ถึงจะเล็กไปหน่อยแต่ก็นั่งสบายอยู่นะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก boredpanda
https://pet.kapook.com/view130129.html

แมวเหมียวซุกซนตอนกลางคืน ปราบอย่างไรให้สงบ



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

         วิธีทำให้แมวสงบตอนกลางคืน สำหรับแมวที่ชอบคึกคักแถมยังมาปลุกเราตอนดึก ๆ ถ้าอยากรู้ว่าต้องทำอย่างไรให้แมวง่วงนอนตอนกลางคืน ทาสแมวรีบทำตามนี้ด่วนเลย

          แมวเหมียวตัวน้อยของเราเป็นสัตว์นักล่ารุ่นจูเนียร์ ที่ชอบออกหาเหยื่อตอนกลางคืนโดยสัญชาตญาณอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่น้องเหมียวของคุณ ๆ จะชอบมาก่อกวนชวนเล่นยามค่ำคืน โดยเฉพาะตอนที่คุณกำลังหลับสบาย เจ้าเหมียวน้อยก็ชอบยื่นอุ้งเท้านุ่มนิ่มมาเขี่ย ๆ จมูกเราเล่น หรือโดดตุ้บขึ้นมานอนบนอกซะเฉย ๆ พาเอาสะดุ้งตื่นกลางดึกแทบทุกคืน เอ้า ! ถ้าไม่อยากให้เจ้าเหมียวจอมซนมารบกวนยามนอนหลับ ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูค่ะ

 ลงทุนซื้อคอนโดแมวให้น้องเหมียว

          ธรรมชาติของแมวจะชอบอยู่บนที่สูง เราจึงจะเห็นน้องเหมียวโดดขึ้นไปนั่งชมวิวริมขอบหน้าต่าง หรือขึ้นไปนอนสบายอยู่บนหลังตู้อยู่บ่อย ๆ และในเมื่อธรรมชาติของเขาชอบที่สูงแบบนี้ คุณก็ควรลงทุนซื้อคอนโดแมวมาเบี่ยงเบนความสนใจของเจ้าสี่ขาตัวเล็กจากเราไปซะเลยดีกว่า โดยทางที่ดีควรตั้งคอนโดแมวไว้ริมหน้าต่างด้วยนะคะ แค่นี้น้องเหมียวก็จะมีมุมให้ปีนป่ายที่น่าสนใจกว่าบนเตียงเราแล้วล่ะ

 จัดมุมของเล่นเป็นเพื่อนคลายเหงา

          ในเมื่อช่วงเวลาเริ่มต้นชีวิตของแมวคือช่วงเย็น ๆ จรดตอนกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่มนุษย์อย่างเราควรต้องนอนหลับพักผ่อน ด้วยเวลาที่สวนทางกันอย่างนี้ก็อาจพาให้น้องแมวเหงา ไม่มีเพื่อนเล่นด้วย (โดยเฉพาะแมวที่ต้องอยู่ตัวเดียว ไร้เพื่อนแมวด้วยกัน) ในที่สุดเขาก็เลยโดดขึ้นเตียงมาปลุกทาสแมวอย่างเราให้ตื่นมาเล่นกับเขา แต่หากคุณอยากนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม คงดีกว่าถ้าจะจัดมุมสนามแมวเล่นเอาไว้ให้เขาสักมุมหนึ่งของบ้าน เพื่อให้เขาได้สนุกสนานตามสไตล์เหมียว ๆ อย่างเต็มที่ ซึ่งส่วนนั้นก็ควรจะมีของเล่นแมว แคทนิป พร้อมอาหารและน้ำอย่างอุดมสมบูรณ์ด้วยนะคะ

กล่อมให้เขาเล่นจนเหนื่อยเพลีย

          หลังอิ่มมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าทาสแมวคงใช้เวลาก่อนนอนคลอเคลียกับเจ้าเหมียวแสนรักแน่ ๆ แต่ถ้าอยากกล่อมให้น้องเหมียวเหนื่อยเพลียจนอยากนอนหลับตอนกลางคืนเหมือนทาสแมวอย่างเราบ้าง คราวนี้ลองเล่นกับเขาให้มากกว่าเดิม โดยใช้อุปกรณ์เสริมที่เปิดโอกาสให้เขาได้เคลื่อนไหวร่างกายเยอะขึ้น เช่น เลเซอร์ ไม้ล่อแมว หรือของเล่นอื่น ๆ ที่จะช่วยให้เขากระโดด ม้วนตัว โยกย้ายไปทางนั้นทีทางนี้ทีอย่างสนุกสนาน เผื่อเจ้าเหมียวจะเกิดอาการล้าและเพลียจนนึกง่วงขึ้นมาบ้างก็ได้เนอะ

 ขุนอาหารมื้อเย็นเยอะขึ้น

          น้องแมวก็ไม่ต่างจากคนนะคะ พอได้กินอิ่มหนังตาก็หย่อนเกิดความง่วงได้เหมือนกัน ดังนั้นถ้าอยากให้น้องเหมียวง่วงตอนกลางคืน ลองค่อย ๆ เพิ่มปริมาณอาหารมื้อเย็นของเขาทีละนิดทีละหน่อยก็ได้ แต่ทั้งนี้ทาสแมวทั้งหลายก็อย่าลืมพาเขาวิ่งออกกำลังอย่างเหมาะสม เพื่อเลี่ยงปัญหาน้ำหนักเกินจนอ้วนด้วยนะจ๊ะ

 เตรียมที่นอนอันอบอุ่นให้น้องเหมียว

          แมวเป็นสัตว์ที่ชอบซุกอยู่ในที่อุ่น ๆ ใต้ผ้าห่มของเราจึงเป็นเป้าหมายเวลาที่น้องแมวง่วงนอน ฉะนั้นคุณเองก็ควรเตรียมที่นอนแสนอบอุ่นให้เจ้าเหมียวด้วย โดยอาจจะซื้อบ้านแมว อุโมงค์แมว หรือที่นอนแมวธรรมดาแต่เสริมผ้าขนหนูปูเป็นที่นอนหนานุ่มให้เขาหน่อย น้องแมวจะได้มีเตียงนอนส่วนตัวที่อุ่นสบายไม่แพ้ตอนมานอนซุกตัวอยู่ข้าง ๆ เรา

ปิดประตูห้องนอน ไม่ให้น้องเหมียวเข้ามา

          วิธีที่จะกันไม่ให้น้องเหมียวโดดขึ้นมาก่อกวนคุณบนเตียงตอนดึก ๆ ได้ดีที่สุดคงไม่พ้นการปิดกั้นพื้นที่ส่วนตัวไม่ให้น้องเหมียวเข้ามาก่อกวนความสงบได้ แต่หากคุณลองปิดประตูห้องนอนอย่างแน่นหนาแล้ว ก็ยังได้ยินเสียงแมวเหมียวข่วนประตูร้องเหมียว ๆ อยู่ด้านนอก คราวนี้อาจต้องเพิ่มพรมเช็ดเท้าหรือที่ฝนเล็บแมวไว้หน้าประตูห้องสักหน่อยแล้วล่ะ

          หากเป็นไปได้ทาสแมวทุกคนคงอยากจะคลอเคลียกับน้องเหมียวตลอดเวลา แต่ในเมื่อเราก็ต้องนอนหลับพักผ่อนในยามค่ำคืนเป็นปกตินิสัย ก็ต้องยอมใจแข็งห่างกันสักพักกับน้องแมวในตอนกลางคืนบ้าง แต่ยังไงแล้วเราก็ยังมีเวลาในช่วงเช้าจรดก่อนนอนให้น้องเหมียวอยู่ดีล่ะเนอะ

Thursday, April 2, 2020

5 โรคพึงระวัง หากแมวมีพฤติกรรมการกินผิดปกติ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม 

          ในเวลาปกติเจ้าเหมียวจะดูรักสันโดษไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับใคร และมีโลกส่วนตัวสูง แต่ถ้าหากได้พบกับอาหารเมื่อไหร่ เป็นต้องวิ่งเข้าหาทุกครั้งไป และคลอเคลียเจ้านายจนกว่าจะได้ของไปกิน ไม่ว่าจะเป็นของหวานหรือของคาวก็ตาม ถึงแม้ว่าเพิ่งกินอาหารของตัวเองหมดไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ทำให้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าแมวของตัวเองกินจุ ทั้งที่จริงแล้วพฤติกรรมเช่นนี้กำลังบ่งบอกว่า แมวกำลังโดนโรคอันตรายคุกคามอยู่ 

 1. โรคพยาธิ 

          หากพบว่าแมวหิวบ่อย กินอาหารมากกว่าปกติ พุงโล แต่ขนาดตัวยังคงเท่าเดิม ให้เจ้าของสันนิษฐานเอาไว้ก่อนเลยว่า แมวอาจจะเป็นโรคพยาธิตัวกลม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้แมวมีลักษณะเช่นนี้ก็เพราะว่า พยาธิจะเข้าไปอาศัยอยู่ในลำไส้และคอยดูดซึมสารอาหารที่เข้าไป ก่อนลำไส้ของแมวจะได้รับนั่นเอง 

 2. โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ หรือโรคเบาหวาน 

          สาเหตุของโรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษสืบเนื่องมาจากระบบเมตาบอลิซึ่มทำงานผิดปกติ ส่วนโรคเบาหวานก็เกิดจากร่างกายของแมวไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงานได้ เพราะฉะนั้นหากเห็นว่าแมวผอมลง ทั้ง ๆ ที่กินอาหารหรือดื่มน้ำมากจนผิดปกติ ควรจะรีบพาพวกมันไปพบสัตวแพทย์โดยด่วนเลย   

 3. โรคซึมเศร้า 

          อย่าคิดว่าโรคซึมเศร้าเกิดขึ้นกับคนเท่านั้น เพราะแมวตัวน้อยก็มีโอกาสเป็นได้เช่น แต่อาจจะมีวิธีการแสดงออกแตกต่างไปโดยอาจจะกินจุมากกว่าเดิม ซึ่งโรคนี้เจ้าของสามารถช่วยเหลือแมวของตัวเองได้ โดยการนำของเล่นมาเล่นกับแมว เพื่อให้แมวรู้สึกสดชื่นและกลับมาร่าเริงแจ่มใสได้เหมือนเดิม นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญไปพร้อมกันด้วย 

 4. โรคเครียด 

          สาเหตุของความเครียดของแมวเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน อย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ทั้งรูป รส กลิ่น เสียงที่แมวสัมผัสได้ ซึ่งมีผลที่ทำให้ลักษณะการแสดงออกทางกายนั้นก็แตกต่างออกไปด้วย หนึ่งในนั้นก็คือพฤติกรรมการกินอาหารที่ผิดแปลกไป เจ้าของสามารถช่วยรักษาให้หายจากอาการนี้ได้โดยการกอด และหาเวลาว่างมาเล่นกับพวกมันบ้างเท่านั้นเอง 

 5. ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ 

          อาหารที่เจ้าของให้แมวกินควรจะมีความหลากหลาย โดยชนิดของอาหารที่ให้ควรจะสลับสับเปลื่ยนกันไปในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายของแมวได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ เพราะไม่อย่างนั้นแมวก็จะกินอาหารเข้าไปจนกว่าร่างกายจะได้รับสารอาหารที่ต้องการ และหากเป็นไปได้ควรจะให้แมวกินอาหารกระป๋อง เนื่องจากอาหารภายในมีสารครบถ้วย แถมยังถูกปากแมวอีกด้วย 

          หลังจากนี้หากสังเกตเห็นพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ ควรนำแมวส่งไปให้สัตวแพทย์ตรวจดูอาการในทันที ก่อนที่จะสายเกินแก้จนกระทั่งเกิดโรคอื่น ๆ ตามมา ดังเช่นโรคทั้ง 5 ชนิดที่เรากล่าวไปนะคะ