Saturday, January 13, 2018

โมเมนต์น่ารักปนฮา ของครอบครัวเจ้าเหมียว ที่ทาสแมวต้องยิ้มตาม

ตามส่องโมเมนต์น่ารัก ๆ แต่ปนมากับความฮา ของครอบครัวเจ้าเหมียวและลูกตัวน้อย ๆ ของมัน งานนี้การันตีเลยว่า ถ้าบรรดาทาสแมวได้เห็น เป็นต้องยิ้มตามแน่ ๆ 

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/

เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/


ภาพจาก : www.boredpanda.com
เครดิตจาก : https://www.boredpanda.com/proud-cat-mommies/
โพสต์โดย supership เมื่อ 12 ม.ค. 61 17:30:34


https://world.kapook.com/pin/5a588e4a4d265a310b8b4568

Thursday, January 11, 2018

เมื่อแมวท้องเสีย...จะเป็นอะไรมากไหมนะ ?




       เมื่อแมวท้องเสีย...จะเป็นอะไรมากไหมนะ ? (Cat Magazine)


          อาการท้องเสียในแมวเป็นเรื่องที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของทางเดินอาหารและสามารถหายเองได้ หรือเกิดจากการติดเชื้อโรคที่รุนแรงและนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด

อาการที่บ่งบอกว่าแมวมีอาการท้องเสีย ได้แก่ ?

          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifถ่ายเหลวเป็นน้ำ และถ่ายบ่อย
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifมีเลือดหรือมูกปนมากับอุจจาระ
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifมีอุจจาระเลอะเปรอะเปื้อนบริเวณก้อน
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifมีไข้
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifเบื่ออาหาร
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifมีอาการปวดท้อง
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifน้ำหนักตัวลดลง
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifไม่มีแรง เหนื่อยง่าย
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifมีอการอาเจียน

อะไรที่เป็นสาเหตุให้แมวท้องเสียได้บ้าง

          สาเหตุนั้นมีมากมาย ตั้งแต่เรื่องธรรมดา ๆ เช่น การเปลี่ยนอาหารอย่างกะทันหัน ก็อาจทำให้ทางเดินอาหารของแมวปรับตัวไม่ทัน จึงทำให้ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึมทำได้ไม่ดี หรือการให้แมวกินนมวัว ซึ่งโดยปกติแล้วแมวไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมวัวได้ จึงเป็นเหตุให้ท้องเสีย เป็นต้น

          นอกเหนือจากนี้ "ความเครียด" ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แมวท้องเสียได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย หรือการมีสมาชิกตัวใหม่เข้ามาในครอบครัว ซึ่งอาการท้องเสียจากสาเหตุเหล่านี้ แมวจะสามารถปรับตัวและหายเองได้ เพียงแต่จะต้องอาศัยเวลาเท่านั้น

          แต่สำหรับอาการท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อหรือโรคบางอย่างนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการรักษาจากสัตวแพทย์ ได้แก่

          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต ในทางเดินอาหาร
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifภาวะลำไส้อักเสบ
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifเนื้องอกหรือมะเร็งในลำไส้
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifโรคเกี่ยวกับตับอ่อน
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือโรคเกี่ยวกับฮอร์โมนอื่น ๆ
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifFeline leukaemia virus (ลิวคีเมีย)
          https://img.kapook.com/image/icon/plus.gifFeline immunodeficiency virus (เอดส์แมว)

ควรทำอย่างไร เมื่อแมวท้องเสีย ?

          อย่างแรกที่ควรทำ เมื่อเหมียวมีอาการท้องเสีย คือการจำกัดบริเวณให้แมวอยู่แต่ภายในบ้านหรือบริเวณจำกัด เพื่อง่ายต่อการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และควรงดการให้อาหารภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อเห็นว่าแมวมีอาการท้องเสีย โดยให้แต่น้ำสะอาดและน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยน้ำส่วนที่เสียไปกับอุจจาระ เมื่อครบ 24 ชั่วโมงแล้ว อาจเริ่มให้อาหารสำเร็จรูปสำหรับแมวท้องเสีย (มีหลายยี่ห้อในท้องตลาด) โดยให้กินทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง ประมาณ 4-6 มื้อต่อวัน แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้น

          พร้อมกันนี้ให้สังเกตการขับถ่ายของแมวภายใน 48 ชั่วโมง ถ้าหากแมวยังคงมีอาการท้องเสียต่อเนื่องหรือมีอาการอย่างอื่นเพิ่มเติม เช่น อาเจียน ถ่ายมีเลือดปน ควรรีบนำไปพบสัตวแพทย์ทันที เพื่อวินิจฉัยถึงสาเหตุที่แท้จริงและทำการรักษา ซึ่งอาจต้องมีการตรวจเลือด เอกซเรย์ เพิ่มเติมโดยการรักษาจะเป็นไปตามสาเหตุและอาการ ได้แก่ การให้ยาฆ่าเชื้อ ยาลดอักเสบ ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ยาแก้อาเจียน สารน้ำ และอิเล็คโทรไลต์ เป็นต้น

          นอกจากนี้ เจ้าของควรจะต้องระมัดระวังและทำความสะอาดมือให้ดีหลังจากสัมผัสกับแมวที่มีอาการท้องเสีย หรือทำความสะอาดสิ่งขับถ่ายของแมว เพราะเชื้อโรค

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/mgorjo83/cat-photos/

Tuesday, December 19, 2017

เมื่อถึงเวลา...เหมียวผลัดขน




ถึงเวลา...เหมียวผลัดขน (ข่าวโลกสัตว์เลี้ยง)

          คนที่รักแมวและเลี้ยงแมว อาจจะไม่ค่อยปลื้มกับเจ้าเหมียวนักในช่วงนี้ที่กำลังอยู่ในช่วงผลัดขน เพราะว่าทุก ๆ ที่ที่เจ้าเหมียวลงไปนอนเกือกกลิ้งก็มักจะมีขนของเจ้าเหมียวเต็มไปหมด จนสร้างความหงุดหงิดใจให้กับเจ้าของเป็นอันมาก

          การผลัดขนของเจ้าเหมียวนั้น จะเริ่มขึ้นเมื่อหมดฤดูหนาว อุณหภูมิสูงขึ้น เจ้าเหมียวก็จะเริ่มผลัดขนที่งอกในระหว่างฤดูหนาวซึ่งเคยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายออก และเมื่อเจ้าเหมียวเริ่มผลัดขนออก ปัญหาก็จะตามมา งานนี้ถ้าไม่มีวิธีจัดการที่ดี ก็ยุ่งแน่ ๆ นอกจากจะสร้างความสกปรกให้กับบ้านแล้ว ในส่วนของเจ้าเหมียวก็มีปัญหาเช่นกัน เพราะในช่วงนี้เจ้าเหมียวก็จะกลืนขนตัวเองเข้าไปในท้องมากเป็น 3 เท่า ขณะที่เลียขนทำความสะอาดร่างกาย

         การจัดการกับเจ้าขนเหล่านี้ที่ดีที่สุดคือ ต้องดูแลเจ้าเหมียวให้มากขึ้่น อุปกรณ์ในการดูแลประกอบไปด้วย หวี แปรง ที่มีลักษณะเป็นซี่ยาว (ซี่สั้นเหมาะกับแมวที่มีขนสั้น) การแปรงขนจะช่วยให้ขนที่กำลังจะผลัดออกหลุดติดมากับหวี ในแต่ละวันคุณควรแปรงขนให้เจ้าเหมียว 1-2 ครั้ง ปริมาณขนที่หลุดกระจัดกระจายก็จะลดน้อยลง จนคุณพอใจ นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่เป็นประโยชน์อีกอย่างหนึ่งก็คือ ถงมือที่มีปุ่มยางบนฝ่ามือ เอาไว้ดักจับขนและช่วยดึงขึ้นมา เจ้าเหมียวบางตัวไม่ค่อยชอบถุงมือนี้เท่าไหร่ มันจะคอยหลบ และทำเสียงขู่ออกมา

         การแปรงขนนอกจากจะช่วยลดการหลุดร่วงของขนแมวแล้ว ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง เช่น

         การแปรงขนที่ดีและถูกสุขลักษณะ ช่วยบำรุงรักษาขนให้มีประกายแวววาว และทำให้ผิวหนังของแมวมีสุขภาพดี

          ลดการสำลักขน ที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยสังเกตได้จากแมวจะไอแค็ก ๆ แรง ๆ ซึ่งเกิดจากการที่แมวเลียทำความสะอาดตัวแล้ว ขนที่หลุดร่วงเข้าไปในช่องปากทำให้เกิดการสำลัก ถ้าขนที่ติดอยู่ในลำคอไม่ได้นำออกมาก็จะเป็นสาเหตุของการท้องผูกในแมวได้อีกด้วย

          เห็นความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ของผิวหนัง ในขณะที่คุณแปรงขนให้เจ้าเหมียวนั้น ทำให้ได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงของผิวหนังแมวไปในตัว เปรียบเหมือนการเช็คสุขภาพ หากพบสิ่งผิดปกติ ก็จะได้รับการรักษาก่อนที่มันจะลุกลาม

          ป้องกันไม่ให้ขนหยาบกร้าน การแปรงขนถือเป็นตัวช่วยที่ดี โดยเฉพาะในแมวพันธุ์ขนยาว ซึ่งจะเกิดปัญหาขนหยาบกร้านได้ง่ายบริเวณปลายขน

          สานสัมพันธ์ที่ดี การแปรงขนนั้นยังเป็นการสร้างความรู้สึกพึงพอใจในตัวคุณให้กับเจ้าเหมียวแสนรักได้อีกด้วย

          ป้องกันไม่ให้ขนพันกันเป็นกระจุก การแปรงขนให้เจ้าเหมียวเป็นระเบียบเสมอนั้น จะกำจัดเส้นขนที่หลุดร่วงไปแล้วออก ซึ่งเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้ขนพันกัน

          สำหรับช่วงนี้เจ้าของแมวท่านใดที่กำลังเจอะเจอกับปัญหา แมว ผลัดขน อยู่ ลองนำวิธีการเหล่านี้ไปใช้ ก็คงจะช่วยให้ช่วงนี้ผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
โลกสัตว์เลี้ยง
https://pet.kapook.com/view13234.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/explore/orange-kittens/













Monday, November 27, 2017

วิธีป้องกันอันตรายสำหรับแมวที่ชอบหนีออกบ้าน




          เจ้าของส่วนใหญ่ต่างต้องการให้สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่บริเวณบ้าน เพราะกลัวว่าจะสัตว์จะได้รับอันตราย หรือหายตัวไปหากปล่อยให้ออกไปนอกบ้าน แต่บางครั้งที่เจ้าของเผลอสัตว์เลี้ยงอาจจะแอบออกไปสอดส่องซุกซนภายนอกบ้าง โดยเฉพาะแมวเหมียว เนื่องจากมีขนาดลำตัวที่ค่อนข้างเล็ก และนิสัยรักอิสระ ฉะนั้น เจ้าของอาจจะไม่ทันสังเกตเห็น ดังนั้นในกรณีแบบนี้ควรหาทางป้องกันความปลอดภัยให้แมวกันก่อนดีกว่า

1. ฉีดวัคซีนป้องกันโรค

         ภายนอกมีสิ่งที่เป็นอันตรายรายล้อมรอบตัวที่เราไม่อาจสามารถควบคุมได้รอคอยอยู่มากมาย โดยที่เจ้าของไม่มีวันรู้เลยว่าในแต่ละวันแมวออกไปทำอะไรมาบ้าง และติดโรคมาหรือเปล่า ดังนั้นจึงควรพาแมวไปฉีดวัคซีนที่จำเป็นป้องกันเอาไว้ก่อน อย่างเช่น วัคซีนไข้หัดและหวัดติดต่อในแมว วัคซีนพิษสุนัขบ้า และวัคซีนลิวคีเมีย เป็นต้น

2. นำไปตรวจพยาธิ

         แมวสามารถติดพยาธิจากอาหารได้เหมือนกับคน เพราะฉะนั้นหากมีเวลาควรจะพาแมวไปตรวจพยาธิบ้างอย่างน้อยเดือนละครั้งและตามเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นพยาธิตัวกลม พยาธิปากขอ และพยาธิตัวกลม เนื่องจากหากไม่รักษาอาจทำให้แมวถึงตายได้

3. ฉีดวัคซีนป้องกันหมัดแมว 

         เจ้าของไม่มีทางรู้ได้ว่าตรงไหนบ้างที่เป็นแหล่งอาศัยของพวกเห็บหมัดแมว หรืออาจจะติดมาจากแมวตัวอื่น ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรฉีดยาป้องกันพวกปรสิตเหล่านี้ด้วย นอกจากนี้หลังจากที่ตรวจพยาธิภายในแล้วอย่าลืมเช็กโรคผิวหนังภายนอกด้วย และรักษาทันทีหากเจอความผิดปกติบนผิวหนัง หรือขนแมว

4. ใส่ปลอกคอ

         ไม่ว่าจะเป็นแมวที่เลี้ยงมากับมือ หรือแมวจรจัดที่ให้อาหารอยู่ทุกวันควรจะใส่ปลอกคอให้กับพวกมัน เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของด้วย เพราะหากไม่ใส่ปลอกคออาจจะโดนเทศบาล หรือคนอื่นจับตัวไปได้ นอกจากนี้เป็นสัญลักษณ์และตัวช่วยให้หาตัวแมวได้ง่ายขึ้นด้วย โดยเฉพาะปลอกคอที่มีเสียงกระดิ่ง ไม่ว่าจะเดินเบาแค่ไหน เจ้าของนั้นก็สามารถรับรู้ตำแหน่งได้ทันที

5. การสร้างรั้วกั้น

         อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยป้องกันไม่ให้แมวออกจากบริเวณบ้านได้ก็คือ การสร้างรั้วกั้น หรือทำ Catio ช่องทางเดินเอาไว้กันแมวออกนอกพื้นที่ สามารถช่วยได้เช่นกัน ถึงแม้จะเป็นวิธีที่ใช้งบประมาณมากอยู่สักหน่อย แต่ได้ผลมาก ๆ เลย ส่วนสำหรับบ้านเช่าอาจหาไม้หรือแผ่นพลาสติกมาปิดช่องว่าง โดยสร้างให้มีความสูงกว่าช่วงกระโดดของแมวเท่านี้เอง

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/helenaschrijft/cats-in-the-garden/



Saturday, November 25, 2017

6 วิธีผ่อนคลาย เมื่อเจ้าเหมียวกลัวเสียงฟ้าร้อง




           ในช่วงที่ฟ้าฝนมืดครึ้มเช่นนี้ก็ต้องมีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ สำหรับบางคนคงเป็นแค่เรื่องทั่ว ๆ ไปที่ไม่น่าใส่ใจนัก แต่กับแมวคงไม่ใช่เช่นนั้นน่ะสิ เพราะทุกครั้งที่มีเสียงดังเปรี้ยงปร้างขึ้นเมื่อไหร่ เจ้าแมวเหล่านี้ก็จะพากันเก็บตัวเงียบอยู่ตามมุมบ้าน ใต้โต๊ะ หรือใต้ตู้ทุกที แน่นอนว่า เมื่อคนเป็นเจ้าของเห็นแบบนี้ ก็คงอดห่วงไม่ได้ ฉะนั้นบรรดาเจ้าของแมวทั้งหลาย มาดูคำแนะนำดี ๆ จาก www.catster.com ที่ได้บอกวิธีช่วยผ่อนคลายให้กับแมว ในยามเกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่ากันเถอะค่ะ 


            1. อาการกลัวเสียงฟ้าร้องเป็นเรื่องปกติ


          โดยปกติหูของแมวค่อนข้างไวต่อเสียงต่าง ๆ อยู่แล้ว ซึ่งเสียงที่ว่า ไม่ใช่แค่เสียงทั่วไปที่เกิดจากสิ่งของกระทบกันเท่านั้น แต่รวมไปถึงระดับความกดอากาศที่เกิดขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และสาเหตุนี้เองที่ทำให้แมวออกอาการหวาดระแวงก่อนพายุจะมาถึง จนทำให้แมวเข้าสู่สภาวะเครียด ทั้งนี้ สามารถลดความตื่นกลัวของแมวได้ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิด


            2. ให้แมวอยู่ใกล้ตัว


          ถ้าแมวอยู่นอกบ้าน คุณต้องมั่นใจด้วยว่า แมวของตัวเองจะกลับบ้านก่อนที่พายุมาถึง โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงอันตราย ทั้งนี้ หากทราบว่าจะมีพายุเข้า หรือฝนตกกระหน่ำรุนแรง ควรนำแมวกลับที่พักทันที พร้อมกับเตรียมพื้นที่ให้แมวซ่อนตัวด้วย ในกรณีที่จำเป็นต้องอพยพหรือย้ายไปอยู่บริเวณใกล้เคียงชั่วคราว


            3. ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้เป็นปกติ


          แมวมีการรับรู้มากมายกว่าที่คุณคิด ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนที่เจ้าของตกอยู่ในภาวะเครียดและวิตกกังวลเรื่องการเปลี่ยนของฝนฟ้าอากาศโดยรอบ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ได้ถูกส่งต่อไปยังแมวของคุณด้วย ฉะนั้นทางที่ดีคุณควรควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในระดับปกติดีกว่า


            4. ระงับความกลัวด้วยแคทนิป


          นำแคทนิป (กัญชาแมว) หรือกลิ่นที่แมวชอบ หยดที่ปลายขนบนหัวแมวเล็กน้อย และลูบบริเวณนั้นเบา ๆ กลิ่นหอมเหล่านั้นจะช่วยบรรเทาอาการหวาดกลัวและความเครียดของแมวลงได้


            5. ปล่อยให้แมวอยู่ในที่ซ่อน


          โดยปกติแมวจะหาที่ซ่อนตัวเมื่อก่อนจะเกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าอยู่แล้ว และเมื่อคุณเห็นเช่นนั้น ก็ไม่ควรจะเรียกหรือบังคับให้แมวออกมาจากที่ซ่อน และควรหาตะกร้ามาตั้งไว้ เพื่อทำเป็นที่นอนให้กับแมว ซึ่งวิธีนี้จะทำให้แมวรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากกว่า จากนั้นเจ้าของก็รอจนกว่าแมวจะออกมาจากที่ซ่อนเอง


            6. ปลอบประโลมเพื่อความสบายใจ


          แมวก็ต้องการการดูแลไม่ต่างจากคน แมวบางตัวอาจจะอยากให้คุณปลอบหรืออยู่ข้าง ๆ เมื่อรู้สึกกลัว ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนี้  คุณก็ควรดูแลแมวอย่างใกล้ชิดและทำให้แมวรู้สึกสบายใจที่สุด อย่างเช่น ลูบท้อง เกาคาง หรือนั่งข้าง ๆ แต่ทั้งนี้ไม่ควรตามใจมากเกินไป เพราะอาจทำให้แมวติดนิสัยและต้องทำแบบเดิมในครั้งต่อ ๆ ไป


          หลังจากนี้หากเกิดเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าขึ้นมาอีก อย่าลืมลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้กันนะคะ หรือถ้าคุณมีเคล็ดลับเด็ด ๆ ที่จะช่วยทำให้แมวรู้สึกผ่อนคลายและลดอาการกลัวลงได้ ก็สามารถนำมาแบ่งปันให้เจ้าของแมวคนอื่นได้ทราบกันด้วยนะจ๊ะ

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/425590233521205767/