Tuesday, March 31, 2020

ชวนทาสแมวมาทึ่ง ภาพขยาย ลิ้นแมว พร้อมเกร็ดความรู้คู่ลิ้นเหมียว ๆ


          คนเลี้ยงแมวทั้งหลาย ยังจำความรู้สึกครั้งแรกตอนโดนแมวตัวโปรดเลียเข้าให้ได้หรือเปล่า มันเป็นฟีลลิ่งที่แปลกประหลาดสุด ๆ จะว่าเจ็บก็ไม่ใช่ จั๊กจี้ก็ไม่เชิง เหมือนโดนกระดาษทรายขัดเข้าที่ผิวยังไงยังงั้น

          ก็จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้ยังไง ดูภาพขยายใหญ่ยักษ์ของลิ้นเจ้าเหมียวเหล่านี้สิ มีแต่ตุ่มหนามถี่ ๆ แทบทั่วทุกอณูลิ้นเลยทีเดียว แบบนี้จะไม่ให้มนุษย์ผู้มีผิวบอบบางอย่างเรา ๆ รู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ ได้ไงล่ะเนอะ

          ทำไมเจ้าเหมียวหน้าตาจิ้มลิ้มทั้งหลายถึงได้มีลิ้นสุดสะพรึงแบบนี้กันนะ ? หลายคนเริ่มสงสัยแล้วใช่ไหม งั้นลองอ่านเรื่องราวที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากกันในวันนี้ดีกว่า รับรองว่าจะเข้าใจเรื่องลิ้นสาก ๆ ของเจ้าเหมียวขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ

ตุ่มหนามบนลิ้นแมวมีประโยชน์อย่างไร

          ลิ้นแมวเหมียวที่ดูแล้วคล้ายตีนตุ๊กแกที่เราใช้ติดผ้าเหล่านี้ เป็นกลไกสำคัญในการดำรงชีวิตของแมวหลัก ๆ 2 อย่างด้วยกัน ประการแรกคือลักษณะลิ้นเช่นนี้ จะช่วยในการเลียแยกเนื้อที่ติดอยู่กับกระดูกของเหยื่อออกมาได้อย่างง่าย

          นอกจากการเลียแยกเนื้อจากกระดูแล้ว หนามบนลิ้นยังทำหน้าที่เปรียบเสมือนหวี ช่วยให้บรรดาแมว ๆ รักษาขนสลวยอย่างสมบูรณ์แบบ โดยหนามเหล่านี้จะช่วยจับสิ่งสกปรกที่สะสมมาทั้งวันออกจากขนแมวได้อย่างง่ายดาย รวมถึงยังจับเอาเซลล์ขนที่ตายแล้วออกจากตัวได้ดีด้วย ดังนั้นลิ้นจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญในการเสริมสวยและเสริมหล่อที่ขาดไม่ได้ของแมว

          อย่างไรก็ดี แม้จะมีแหล่งความรู้หลายแหล่งระบุว่า การที่ลิ้นแมวมีลักษณะเช่นนี้ ก็เพื่อประโยชน์ในการดื่มน้ำด้วย แต่จริง ๆ แล้ว ลิ้นแมวไม่ได้ให้ประโยชน์ในเรื่องการดื่มน้ำแต่อย่างใด เพราะเมื่อแมวดื่มน้ำ พวกมันจะใช้ลิ้นแตะลงบนผิวน้ำเล็กน้อยแล้วห่อลิ้นกลับให้ลิ้นมีลักษณะคล้ายกับจวัก และการดึงลิ้นกลับอย่างรวดเร็วมาก ทำให้พวกมันสามารถดื่มน้ำได้นั่นเอง

ทำไมแมวต้องรักสะอาดแทบตลอดเวลา ?

          สำหรับใครที่เลี้ยงแมวคงสังเกตเห็นว่า หลังกินอาหารจนอิ่มพุงกางแล้ว เจ้าเหมียวมักจะเลียหน้าเลียตาและเลียขนรอบตัว ดูแล้วอาจจะถึงกับฉงนว่า พวกแกอยากจะเสริมสวยหลังกินข้าวเสร็จเนี่ยนะ ? ที่จริงแล้วเรื่องนี้ก็มีคำตอบที่คาดไม่ถึงเหมือนกัน

          เนื่องจากต้นกำเนิดของแมวบ้านคือแมวป่านักล่า ฉะนั้นพวกมันจึงมีสัญชาตญาณแบบสัตว์ป่าอยู่ในตัวเช่นกัน การทำความสะอาดตัวเองหลังกินอาหารเสร็จแล้ว เป็นการลบร่องรอยกลิ่นของพวกมันเพื่อไม่ให้นักล่าตัวอื่นในระยะใกล้เคียงรับรู้ถึงตัวตนของพวกมันนั่นเอง

          เพราะแมวนั้นถึงแม้จะเป็นนักล่า แต่ตัวของพวกมันก็เล็กพอที่จะกลายเป็นเหยื่อได้เหมือนกัน การทำความสะอาดตัวเพื่อลบร่องรอยการล่าเหยื่อจึงเป็นสิ่งสำคัญในสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของแมว

          นอกจากนี้ การเลียขนทำความสะอาดตัวเองก็ถือเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ของแมวเช่นกัน โดยการเลียขนจะทำให้แมวรู้สึกเย็นสบายตัวเพราะน้ำลายที่สัมผัสบนขนได้ระเหยออกไปนั่นเอง

          อีกเหตุผลหนึ่งของการเลียขนคือ เป็นนิสัยเฉพาะตัวของแมวแต่ละตัว แมวบางตัวอาจชอบเลียขนซ้ำ ๆ ที่จุดเดิมเวลาที่มันไม่สบายใจหรือกำลังสับสน และนั่นอาจทำให้เกิดแผลหรือขนร่วงเป็นกระจุกได้

          นอกจากนี้ แมวที่เป็นมิตร ยังชอบมีปฏิสัมพันธ์กับแมวตัวอื่น ๆโดยการใช้ลิ้นในการทำความสะอาดให้แมวอีกตัวหนึ่งด้วย

https://pet.kapook.com/view130393.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/434808539026368959/

Sunday, March 15, 2020

พฤติกรรมต่างขั้วสุดฮา ระหว่างโฮ่งกับเหมียว


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ความน่ารักของสุนัขกับแมวกินกันไม่ลงจริง ๆ เพราะต่างคนต่างก็มีความน่ารักกันไปคนละแบบ แต่ถ้าพูดถึงพฤติกรรมระหว่างสัตว์เลี้ยง 2 สายพันธุ์นี้แล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่า แตกต่างกันสุดขั้วสมกับที่เป็นคู่กัดกันมานาน ซึ่งคุณอาจจะไม่มีวันได้เห็นความแตกต่างของสัตว์เลี้ยง 2 สายพันธุ์นี้เลย กระทั่งจับพวกมันมาอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน หรือจนกว่าจะได้เห็นรูปเหล่านี้


1. เมื่อเจ้าของกลับบ้าน


           สำหรับสุนัขแล้วไม่มีเหตุการณ์อะไรที่จะทำให้พวกมันรู้สึกดีใจได้มากไปกว่าการเห็นเจ้าของกลับบ้าน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นก็ตาม แต่แทบไม่มีโอกาสได้เห็นอาการแบบนี้เลยหากในบ้านของคุณมีแมว อีกทั้งอาจจะโดนมองด้วยสายตาหมางเมินด้วย

2. อาบน้ำ

          สุนัขออกจะยิ้มหน้าระรื่นแทบทุกครั้ง เมื่อเจ้าของชวนให้มาอาบน้ำ แหม...ช่างแตกต่างกับเจ้าเหมียวเสียจริง ๆ เพราะนอกจากจะวิ่งหนีแล้ว ยังทำหน้าบูดใส่เจ้าของตัวเองด้วย

3. ขณะอยู่บนรถ

          พอได้ยินว่าจะพาขึ้นรถออกไปเที่ยวนอกบ้านเท่านั้น เจ้าสุนัขตัวน้อยแทบจะกระโดดขึ้นรถเอง โดยไม่ต้องเดินไปอุ้มเลย แต่เจ้าของอาจจะโดนข่วน หรือโดนทำร้ายได้ง่าย ๆ หากพูดแบบนี้กับเจ้าเหมียว

4. ถ้าโดนเจ้าของลูบพุง

          ความสุขของสุนัขคือ ช่วงที่เจ้าของลูบพุงของพวกมันเบา ๆ แต่สำหรับแมวแล้วปล่อยให้นอนตัวเดียวอย่างนั้นดีกว่า ไม่เช่นนั้นอาจจะโดนงับได้หากเจ้าของเข้าไปรบกวนการนอนของพวกมัน

5. เมื่อเจ้าของอยากหอมแก้ม

         อาจจะเป็นภารกิจระดับสูงเลยก็ได้หากคุณต้องการหอมแก้มกลม ๆ ของเจ้าเหมียว หรือหากจะหอมแก้มจริง ๆ คงต้องจับหัวมันแน่น ๆ เลยล่ะ แต่สำหรับสุนัขไม่ต้องรอให้เจ้าของหอมแก้ม เพราะแค่เห็นหน้าคุณก็กระโจนเข้าใส่แล้ว

6. เวลาแฮงก์เอาท์กับเพื่อนฝูง

          อย่างที่รู้กันดีว่า แมวเป็นสัตว์ที่รักสันโดษ ฉะนั้นอาจจะเกิดการตบตีหากเดินมาพบปะกัน แต่สำหรับสุนัขแล้วแทบจะกอดคอกันเดินไปเลยทีเดียว

7. ความเกรงใจ

          แม้สุนัขจะชอบเดินมาป้วนเปี้ยนเวลาที่เจ้าของกินข้าว ก็คงไม่รบกวนเท่าตอนที่แมวกระโดดขึ้นมาแย่งอาหารบนโต๊ะหรือนอนหน้าคอมพ์ขณะที่เจ้าของกำลังทำงานหรอก

8. การเลี้ยงดู

          หากคุณจะให้อาหารแมวสักมื้อควรจะคิดให้รอบคอบเพราะอาจะเป็นอันตรายกับแมวได้ ส่วนสุนัขเลี้ยงง่ายโตวัย เพราะแข็งแรงสมบูรณ์ไปทุกส่วนเลย

9. ของเล่น

          ลูกบอล กระดูกปลอม หรือสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ คือของเล่นสำหรับสุนัข ส่วนของเล่นของแมวไม่ใช่ก้อนไหมพรม หรือลูกบอลอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่กลับเป็นกล่องกระดาษต่างหากล่ะ

สำหรับคนที่เลี้ยงสุนัขหรือแมวอย่างใดอย่างหนึ่ง กับคนที่กำลังอยากได้สัตว์เลี้ยงสักตัวมาอยู่เป็นเพื่อน ก็ลองดูเอาเองแล้วกันว่า คุณจะเลือกสุนัขหรือแมวมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน !

https://pet.kapook.com/view80266.html
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/37576978132413798/

Thursday, March 12, 2020

45 ปัญหาคาใจคำถามกับแมวไทย


45 ปัญหาคาใจคำถามกับแมวไทย

1.แมวที่เห็นกันอยู่ทั่วไปในเมืองไทยเป็นแมวไทยใช่หรือไม่

           ไม่ใช่ ส่วนใหญ่เป็นแมวลูกผสม

2.แมวไทยเป็นอย่างไรและมาจากไหน

           เป็นแมวขนสั้น สืบเชื้อสายมาจากแมวโบราณ

3.แมวไทยมีกี่สายพันธุ์ อะไรบ้าง

           ปัจจุบันนี้มี 6 สายพันธุ์คือ วิเชียรมาศ, สีสวาด, ศุภลักษณ์, โกญจา, ขาวมณี, แซมเสวตร

4.แมวไทยสายพันธุ์ใดที่ชาวต่างชาติรู้จักเป็นพันธุ์แรก

           แมววิเชียรมาศ เพราะเคยไปประกวดที่ประเทศอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2428 และได้รับรางวัลชนะเลิศ

5.ชาวต่างประเทศเรียกแมวไทยว่า Siamess Cat หมายถึงแมวไทยพันธุ์ใด

           พันธุ์วิเชียรมาศ

6.แมววิเชียรมาสกับแมวเก้าแต้มเป็นแมวสายพันธุ์เดียวกันใช่หรือไม่

           ไม่ใช่ แมววิเชียรมาศ มีตัวสีครีมและมีสีน้ำตาลเข้ม 9 แห่ง แต่แมวเก้าแต้ม มีตัวสีขาว มีแต้มสีดำเก้าแต้ม

7.นอกจากแมววิเชียรมาศแล้วยังมีแมวพันธุ์ใดอีกที่ไปประกวดต่างประเทศ

           มีแมวสีสวาดเคยไปประกวดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2503 และได้รับรางวัลชนะเลิศเช่นเดียวกัน

8.แมวสีสวาดกับแมวโคราชเป็นแมวสายพันธุ์เดียวกันใช่หรือไม่

           ใช่ เพราะแมวสีสวาดมีถิ่นกำเนิดที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา จึงมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า "แมวโคราช"

9.แมวสายพันธุ์ใด ที่ได้เข้าร่วมในพิธีแห่นางแมว (พิธีขอฝน) และเป็นแมวนำโชคของชาวอีสาน

           แมวสีสวาด เพราะมีขนสีคล้ายเมฆฝนและเป็นแมวนำโชคของชาวอีสาน

10.แมวสี "สวาด" สะกดอย่างไร "ด" หรือ "ส" กันแน่ และแปลว่าอะไร

           สีสวาด สะกดด้วย "ด" ในพจนานุกรมฯ บอกว่าสวาดเป็นชื่อของพืชชนิดหนึ่ง ซึ่งพืชผลของพืชชนิดนี้ มีสีเทาอมเขียว เพราะฉะนั้น สีสวาด คือสีเทาอมเขียว แมวสีสวาดก็คือ แมวที่มีสีเทาอมเขียว

11.ทำไมชาวต่างประเทศเรียกแมวศุภลักษณ์ แมวพม่า (เบอมิสแคท)

           เพราะชาวต่างประเทศเข้าใจผิดคิดว่า แมวศุภลักษณ์เป็นแมวพม่า เพราะมีสีเหมือนกัน จริง ๆ แล้ว เหมือนกันแต่เพียงสี แต่รูปร่างและอุปนิสัยไม่เหมือนกัน เป็นคนละสายพันธุ์กัน

12.แมวศุภลัษณ์ มีสีอะไรกันแน่ และคำว่าศุภลักษณ์ แปลว่าอะไร

           สีน้ำตาลอมแดง หนวดเหมือนลวดทองแดง และคำว่าศุภลักษณ์ แปลว่า ลักษณะที่ดี

13.ทำไมแมวโกญจา ซึ่งมีสีดำ จึงดูลึกลับน่ากลัว เป็นแมวผีอย่างเขาว่าจริงหรือเปล่า

           ไม่จริง แมวโกญจาไม่ได้เป็นแมวผี เหตุที่ดูน่ากลัว ก็เพราะว่ามีสีดำสนิท มองไม่ค่อยเห็นในความมืด เห็นแต่ดวงตา แวววาวน่ากลัว เสียงร้องก้องกังวาน มีอำนาจ ความจริงแล้วแมวโกญจาเป็นแมวมงคล ตำราบอกว่า ถ้าใครเลี้ยงไว้ จะได้ผลดีมีทรัพย์สิน สมบัติมากมาย

14.แมวโกญจา กับแมวนิลรัตน์ เป็นแมวพันธุ์เดียวกันหรือเปล่า

           คนละสายพันธุ์ แมวโกญจาขนสีดำ ดวงตาสีอำพัน ส่วนนิลรัตน์นอกจากขนสีดำแล้ว ตา ลิ้น เล็บ ฟัน ต้องมีสีดำด้วย

15.แมวขาวมณี เกิดในสมัยใด ทำไมจึงไม่มีชื่อในตำราแมวไทย

           เกิดในสมัยรัตนโกสินทร์ ไม่มีชื่อในตำรา เพราะตำราแมวไทยแต่งขึ้นในสมัยอยุธยา

16.แมวขาวมณี จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีตาสองสี

           ไม่จำเป็น แมวขาวมณีมีดวงตาเป็นสามลักษณะ คือ ฟ้า อำพัน ฟ้า+อำพัน

17.แมวแซมเสวตร ยังมีอยู่อีกหรือ รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

           แมวแซมเสวตร ยังไม่สูญพันธุ์ยังพอมีอยู่ มีขนสีดำ แซมขาว มีขนบางและสั้น รูปร่างเพรียว ดวงตาดั่งแสงหิ่งห้อย ตำราบอกว่า เลี้ยงดีมีคุณหนักหน้า จงเร่งหามาเลี้ยงเทอญ อย่าแคลงสงสัย

18.แมวไทยต่างกับแมวต่างประเทศอย่างไร

           แมวไทยขนาดเล็กกว่า ขนสั้นกว่า และแมวไทยมีนิสัยเป็นตัวของตัวเอง ฉลาด รักอิสระ

19.ทำไมแมวไทยจึงได้ชื่อว่า "แมวมงคล"

           เพราะตำราแมวไทยซึ่งบรรพบุรุษของเราเขียนไว้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา กล่าวไว้ว่า แมวไทยแต่ละสายพันธุ์นั้นให้คุณกับผู้เลี้ยง เช่น แมวสีสวาด ถ้าพบเจอให้เลี้ยงไว้จะมีความสุข สวัสดี มีสิริมงคล จะเป็นที่เมตตาแด่หญิงขายทั่วไป จะเป็นที่รักใคร่ของชายหญิงทั้งหลาย เพราะแมวนั้นมีเสน่ห์ แมวศุภลักษณ์ตำรากล่าวว่า ใครเลี้ยงไว้จะได้ยศถายิ่งพ้นพรรณนา จะได้เป็นอำมาตย์มนตรี เป็นต้น

20.ทำไมแมวเพศผู้จึงชอบปัสสาวะไม่เลือกที่ เดี๋ยวตรงโน้นเดี๋ยวตรงนี้ เลอะเทอะไปหมด

           เป็นเพราะแมวเพศผู้ต้องการแสดงสิทธิการเป็นเจ้าของโดยปล่อยกลิ่นเฉพาะตัวออกมาปนกับปัสสาวะ บางครั้งก็แอบมาปัสสาวะรดเรา เพื่อประกาศให้แมวตัวอื่นรู้ว่า เขาเป็นเจ้าของเรา ห้ามตัวอื่นมายุ่งเกี่ยว

21.ทำไมแมวจึงชอบเลียขน

           เพราะแมวต้องการทำความสะอาด แมวมีสารชนิดหนึ่งซึ่งปนอยู่ในน้ำลาย สารนี้จะช่วยให้ขนสะอาด และลิ้นของแมวเปรียบเหมือนหวี ช่วยขจัดสิ่งสกปรก และขนที่หมดสภาพให้หลุดออจากตัวแมวอีกด้วย

22.ทำไมเมื่อแมวถ่ายเสร็จแล้วจึงต้องกลบเสมอ

           เพราะแมวมีนิสัยรักความสะอาด และต้องการกลบกลิ่นของตัวเองไม่ให้ศัตรูรู้ว่ามันได้ผ่านมาทางนี้

23.ทำไมแมวจึงชอบกินหนู

           จริง ๆ แล้ว แมวไม่ได้ชอบกินหนูซักเท่าไหร่ แต่จับหนูมาเพื่อจะอวดเจ้าของ และถ้าเป็นแมวแม่ลูกอ่อนมันจะจับมาสอนลูก ๆ ให้รู้จักวิธีการล่าเหยื่อ

24.เหตุใด แมวที่ตกจากที่สูง ๆ แล้วไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

           เพราะแมวมีกระดูกสันหลังที่ยืดหยุ่นได้ จึงมีความสามารถพิเศษในการทรงตัว และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว จึงปลอดภัยทุกครั้งที่ตกจากที่สูง

25.ทำไมแมวเพศผู้จึงอยู่ไม่ติดบ้าน

           เพราะชอบออกไปหาประสบการณ์ไปล่าเหยื่อบ้าง ไปจีบแมวสาวบ้าง ไปต่อสู้กับแมวต่างถิ่นบ้าง จึงมักจะหายไปบ่อย ๆ แต่ไม่นานมันก็จะกลับมา ถ้าไม่ตายหรือถูกใครจับไปเสียก่อน

26.ในตำรากล่าวไว้ว่า แมวไทยมีถึง 17 สายพันธุ์ ปัจจุบัน ทำไมมีอยู่ 6 สายพันธุ์เท่านั้นเอง

           เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า แมวไทยนั้นมีคุณค่า เป็นมรดกของชาติ และไม่รู้ว่าแมวไทยพันธุ์แท้นั้นมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร จึงไม่ได้ให้ความสำคัญ แมวไทยก็เลยใกล้จะสูญพันธุ์อย่างที่เห็นนี่แหละ

27.แมวไทยปัจจุบันนี้ กับแมวไทยโบราณ เป็นสายพันธุ์เดียวกันหรือไม่

           เป็นสายพันธุ์เดียวกัน เพราะแมวไทยปัจจุบันนี้สืบเชื้อสายมาจากแมวโบราณ เพียงแต่บางสายพันธุ์อาจจะเรียกชื่อต่างกัน เช่น แมวสีสวาด หรือแมวโคราช ในตำราโบราณเรียกว่า แมวมาเลศ หรือแมวดอกเลา

28.ทำไมแมวจึงชอบข่วนตามที่ต่างๆ เช่น เสา ต้นไม้ เบาะ หนัง เก้าอี้ฯลฯ

           เพราะต้องการลับเล็บและบริหารเล็บให้แข็งแรงอยู่เสมอและเพื่อต้องการฝากรอยบอกให้แมวตัวอื่น ๆ รู้ว่า ที่นี่มีเจ้าของแล้วห้ามยุ่งเกี่ยว

29.ทำไมแมวชอบหาวบ่อยๆ แสดงว่าแมวกำลังง่วงนอนใช่หรือไม่

           ไม่ใช่ การที่แมวหาวเป็นการบอกให้รู้ว่า แมวกำลังสบายอกสบายใจ กำลังมีความสุข ไม่ใช่ง่วงนอน

30.แมวสามสี เป็นแมวไทยพันธุ์แท้ใช่หรือไม่ และทำไมแมวสามสีจึงมีแต่เพศเมีย

           แมวสามสี เป็นแมวลูกผสม ไม่ใช่แมวไทยพันธุ์แท้ แมวสามสีก็มีเพศผู้เหมือนกัน แต่น้อยเต็มที ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าถูกควบคุมโดยยีนชนิดหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเกี่ยวกับเพศคล้าย ๆ กับคนตาบอดสี ซึ่งจะมีในเพศชายมากกว่าเพศหญิง

31.ทำไมแมวชอบแอบนอนใต้ท้องรถ หรือข้างหลังตู้เย็น

           เพราะใต้ท้องรถ (โดยเฉพาะตรงห้องเครื่อง) หรือด้านข้างหลังตู้เย็นจะมีความอบอุ่น แมวชอบอากาศอบอุ่นมากกว่าอากาศเย็น

32.แมวที่จ้องมองจิ้งจกที่เกาะบนเพดานแล้วจิ้งจกตกลงมาเรียกว่าแมวตาเพชรใช่หรือไม่

           ไม่ใช่ เขาเรียกว่า แมวตาไฟ

33.แมวตาเพชรเป็นอย่างไร

           แมวตาเพชร คือ แมวที่มีตาผิดปกติ ในเวลากลางคืนม่านตาของแมวจะขยายกว้าง ถึงเวลากลางวันม่านตาของแมวจะเป็นปกติ แมวบางตัวม่านตาของแมวจะขยายตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน ซึ่งถือว่าผิดปกติ แมวชนิดนี้จะมองเห็นชัดเจนในเวลากลางคืน ส่วนในเวลากลางวันจะมองไม่ค่อยเห็น แมวที่ม่านตาขยายกว้างจะแลดูสวยงามมาก บางตัวเราจะมองเห็นเป็นสีทับทิม จะสวยมากยิ่งขึ้นถ้าหากว่าอยู่ในแสงไฟ แมวที่มีตาชนิดนี้แหละเราเรียกว่า แมวตาเพชร

34.สำนวนที่ว่า "ตีนแมว" มีความหมายว่าอย่างไร

           หมายถึง นักย่องเบาซึ่งต้องเดินเบา ๆ ไม่ให้มีเสียงคล้ายกับการเดินของแมว ซึ่งไม่มีเสียงเช่นเดียวกัน

35.สำนวนที่ว่า "ชื่อเหมือนแมวนอนหวด" หมายความว่าอย่างไร

           เป็นคำกล่าวประชด หมายถึง คนที่ไม่มีความซื่อตรง คนที่ไม่น่าคบ เพราะไม่มีความจริงใจ

36. คำกล่าวที่ว่า "นางแมวยั่วสวาด" มีที่มาอย่างไรและมีความหมายว่าอย่างไร

           มาจากพฤติกรรมของแมวเพศเมีย เมื่อต้องการผสมพันธุ์ก็จะแสดงกิริยายั่วยวนแมวเพศผู้ให้มาผสมพันธุ์ด้วย เปรียบกับหญิงเจ้าเสน่ห์ที่ยั่วยวนผู้ชายให้มาหลงรัก

37.สามข้อนี้ แมวควรจะคู่กับใคร หนู ปลาย่าง ปลาทู

           คู่กับปลาย่าง ตรงกับสำนวนไทยว่า แมวคู่กับปลาย่าง หมายถึง ชายหนุ่มคู่กับหญิงสาว

38.แมวตั้งท้องนานเท่าไหร่

           ตั้งท้องนาน 9 สัปดาห์ คล้ายกับคนที่ตั้งท้อง 9 เหมือนกัน แต่ 9 เดือน

39.แมวอายุยืนแค่ไหนถ้าเปรียบเทียบกันอายุคน

           อายุเฉลี่ยของแมว 10 ปี อายุเฉลี่ยของคน 60 ปี แมวบางตัวอาจอายุยืนถึง 20 ปี เหมือนกับคนบางคนทึ่อายุยืนถึง 120 ปี

40.ทำไมแมวจึงถ่ายรูปยาก ไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ ให้เราถ่ายรูปได้ง่าย ๆ

           เพราะแมวนั้นมีนิสัยเป็นตัวของตัวเอง ไม่ยอมทำตามคำสั่งของใคร ใครจะสั่งให้นอน ให้นั่ง ให้หันซ้าย หันขวาไม่ได้ นับว่าเป็นเอกลักษณ์ของแมวไทย

41.ทำไมแมวชอบมาเคล้าเคลียกับเราและบางทีก็ขึ้นมานั่งบนตัก

           แมวมีต่อมกลิ่นอยู่ที่ตัวของมัน การที่มันมาคลอเคลียกับเราก็เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของโดยการปล่อยกลิ่น ถ้าแมวไม่รักเราแมวจะไม่ทำอย่างนี้เป็นอันขาด ยิ่งถ้าขึ้นไปนั่งบนตักด้วยแล้ว แสดงว่าแมวรักเรา และให้เกียรติเราอย่างมาก

42.เหตุใด แมวตอน (แมวทำหมัน) จึงตัวใหญ่และอ้วน

           แมวเมื่อถูกตอน นิสัยจะเปลี่ยนไปจากเดิม เคยท่องเที่ยวผจญภัยเพื่อหาประสบการณ์ ก็เลิก เคยล่าเหยื่อเคยไปจีบ(แมว)สาว ๆ ก็เลิกหมด หันมากินแล้วก็นอน ตื่นนอนแล้วก็มากิน อิ่มแล้วก็ไปนอน ทำอย่างนี้ทุกวัน ทำไมจะไม่อ้วน

43.ทำไมแมวจึงไม่ชอบอยู่ในกรง

           แม้กรงจะน่าอยู่เพียงใด แมวก็ไม่ชอบอยู่ หรืออยู่ก็จำใจอยู่ อยู่อย่างไม่มีความสุข เพราะแมวนั้นรักความเป็นอิสระ ไม่ชอบกักขัง เหมือนกับคนเรานั่นแหละ

44.แมวไทยมีนิสัยคล้ายกับคนไทยบ้างไหม

           คล้ายกัน คือ อยู่ง่ายกินง่าย รักความอิสระ แมวเพศเมียมีนิสัยคล้ายผู้หญิง คือ ถ้าไม่พอใจก็ตบหรือข่วนได้ง่าย ๆ ไม่ชอบขืนใจนั่นเอง ส่วนแมวเพศผู้ก็มีนิสัยคล้ายผู้ชาย เช่นเดียวกันคือ อยู่ไม่ค่อยติดบ้าน เดี๋ยวไปโน่นมานี่ ไม่ชอบอยู่บ้านนั่นเอง

45.ในอนาคต แมวไทยจะสูญพันธุ์หรือไม่

           ไม่สูญพันธุ์แน่ เพราะปัจจุบันนี้คนไทยส่วนใหญ่รู้แล้วว่า "แมวดีมีคุณค่า แมวที่ว่าคือแมวไทย"

ข้อมูลจาก Forward mail
https://pet.kapook.com/view9049.html
เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/pin/724164815101532132/

Saturday, March 7, 2020

สิ่งเร้ายอดฮิต ที่ทำให้เหมียวตื่นกลัว


ทั้งตกใจและขี้กลัว หม่าม้า หนูจะทำไงดี (Cat Magazine)

          แมวที่ตื่นคน ไม่คุ้นชินกับเสียงดัง หรือสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่ จากผลการวิจัยและประสบการณ์การสังเกตพบว่า มักเกิดกับแมวที่ไม่ได้คลอดในบ้านเรา หรือเป็นแมวที่เก็บมาเลี้ยง หลังจากที่เขาลืมตาแล้ว หรืออยู่ในช่วงวัยกำลังเรียนรู้ แมวเหล่านี้เมื่อโตขึ้นมา จะมีพฤติกรรมที่คล้ายกันคือ หวาดระแวงและตื่นตระหนกตกใจได้ง่าย และไม่ชินกับคนแปลกหน้า

          แต่การที่จะปรับพฤติกรรมให้เขากลับมามีชีวิตที่ปกติสุขและมีความกล้าหาญในการดำรงชีวิตตามประสาแมว ๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องยากที่ผู้เลี้ยงอย่างเราจะทำไม่ได้ เพียงแต่ต้องเริ่มจากตัวเราก่อน เราต้องทำตัวเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อเขา ดูแลลูบหัว ลูบขนอย่างอ่อนโยนและเบามือ รู้จักพูดคุยกับเขา มองตาทุกครั้งที่ต้องการสื่อความหมายสำคัญ

          ถึงแม้น้องเหมียวจะฟังภาษามนุษย์ไม่ออก แต่เขาก็สามารถรับรู้ความหมายจากประสาทสัมผัสได้ไม่ต่างกับคน จริงอยู่ที่ตามตำรากล่าวว่า แมวมีน้ำหนักของสมองน้อยกว่าสุนัข แต่มากกว่ากระต่าย จึงฝึกฝนความสามารถพิเศษได้ไม่เท่ากับสุนัข แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าแมวจะเป็นสัตว์ที่ฉลาดน้อยกว่าสัตว์สมองใหญ่ชนิดอื่น ๆ

สำหรับสิ่งเร้ายอดฮิตที่ทำให้น้องแมวตื่นกลัวและแอบขวัญผวา มีดังนี้

          1. เสียงฝนตกกระหน่ำ

          2. เสียงจากการก่อสร้าง

          3. เสียงในงานปาร์ตี้ เปิดเพลงแดนซ์กระจาย

          4. เสียงจากงานเฉลิมฉลอง มีการจุดพลุอลังการ

          5. เสียงจากเครื่องยนต์ รถกระบะ หรือรถบรรทุก

          6. การพาขึ้นรถออกไปเที่ยวข้างนอก

          7. การพบคนแปลกหน้า

          8. กลิ่นประหลาดที่ไม่คุ้นชิน เช่น คลินิกรักษาสัตว์ ร้านทำผม

          9. เสียงเปิดประตู

          10. การทำเซอร์ไพร์สต่าง ๆ นอกเหนือจากของกิน



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/33003009761162984/

Thursday, March 5, 2020

ความชอบของน้องเหมียว



ความชอบของน้องเหมียว (ข่าวสารโลกสัตว์เลี้ยง)

         เป็นธรรมดาเมื่อสัตว์เลี้ยงของเราไม่สามารถที่จะพูดจาโต้ตอบกับเราได้ เมื่อเค้าแสดงท่าทีที่แปลก ๆ แน่นอนว่าเราจะต้องประหลาดใจไปกับพฤติกรรมนั้น ๆ ของเค้า แล้วพฤติกรรมอะไรบ้างที่จัดว่าเป็นนิสัยของเจ้าเหมียวที่เค้าชอบทำให้เราได้พบเห็นเป็นประจำ

 ชอบนอนหงายแล้วกลิ้งไปกลิ้งมา

         หลายคนมีความคิดที่ผิดว่าการที่แมวนอนไถหลังกับพื้น เป็นการแสดงพฤติกรรมที่ต้องการกำจัดหมัดออกจากร่างกาย ในความเป็นจริงแล้ว อาการเช่นนี้แสดงออกถึงความไว้วางใจในตัวคุณ เป็นการแสดงอาการยอมรับคุณหรือทักทายคุณ หรือทักทายคุณ ครั้งหน้าหากคุณพบว่าแมวทำท่าเกลือกกลิ้งต่อหน้าคุณให้รู้ว่า เค้าอยากให้คุณแสดงความเป็นมิตรต่อเค้าด้วยการลูบท้อง

 ชอบคลอเคลียที่ขาของเรา

         แมวมีต่อมกลิ่นทั่วร่างกาย เช่น ริมฝีปาก สีข้าง หน้าผาก หาง เป็นต้น กลิ่นจะกระจายติดตามร่างกายของผู้ที่เข้าไปคลอเคลีย การแสดงอาการเช่นนี้ของแมวบ่งถึงความเป็นเจ้าของคุณ หากแมวแสดงพฤติกรรมเช่นนี้กับคุณแล้ว จงภูมิใจว่าเค้ารักคุณ

 ชอบเลียขน

         การเลียสามารถกำจัดเศษขนที่หลุดร่วงและสิ่งปกปรกต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเกิดใหม่ของชั้นเส้นขน ยิ่งกว่านั้นน้ำลายของแมวยังช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายของเค้าด้วย ลูกแมวจะรู้จักการเลียขนตั้งแต่แรกเกิดโดยมีแม่แมวเป็นผู้จัดการสอนเสียขนให้

 ชอบนอน 

         "แมวขี้เซา" เป็นคำที่ใช้เรียกแมวที่รักการนอนเป็นชีวิตจิตใจ พวกเค้าจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับอย่างน้อย 17 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเป็นลักษณะที่ถ่ายทอดมาจากแมวป่าที่มักจะไม่ชอบออกล่าเหยื่อหรือหาอาหารสักเท่าไหร่ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแมวชอบที่จะนอนมากกว่า

 ชอบข่วนเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน

         พฤติกรรมการข่วนของแมวนั้น เกิดจากเหตุผลหลายอย่าง ประเด็นแรกกนั้นการข่วนเป็นการฝนเล็บให้สวยงาม และแมวก็มีความสุขที่ได้ทำเช่นนั้น อีกทั้งพฟติกรรมนี้ยังเป็นการสร้างอาณาเขตของตัวเอง เพื่อป้องกันผู้บุกรุก ปกติแมวมักจะข่วนเป็นแนวตรงกับเสาหรือต้นไม้ ดังนั้น เราจึงควรจัดเตรียมที่ไว้ให้เป็นสัดส่วน สำหรับการฝนเล็บของแมว โดยไม่ต้องเคลื่อนย้ายไปที่อื่น

 ชอบร้องเหมียว ๆ

         แมวจะทำเสียงนี้ เมื่อรู้สึกพอใจหรือไม่พอใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เค้าเริ่มรู้จักที่จะสร้างเสียงแบบนี้ตั้งแต่เป็นลูกแมว ซึ่งจะส่งเสียงนี้ในยามที่ต้องการความอบอุ่นจากแม่แมว และเวลาที่หิวนม ซึ่งเป็นกลไกที่เกิดจากสมองสั่งการให้เกิดเสียงร้องจากการสั่นของกล้ามเนื้อช่องคอนั่นเอง แมวมักจะทำเสียงนี้ในขณะที่หลับ ซึ่งคล้าย ๆ กับเสียงกรน

         เมื่อเรารู้แล้วว่าเจ้าเหมียวชอบแสดงพฤติกรรมที่กล่าวมาข้างต้น ก็อย่าไปขัดอกขัดใจเค้านอกเสียจากว่าพฤติกรรมที่เค้าแสดงออกมานั้น ทำให้เกิดความเสียหาย การอยู่ร่วมกัน ความรักและความเข้าใจเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้นเลี้ยงแมวก็ต้องเข้าใจแมวมาก ๆ นะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://pet.kapook.com/view5349.html

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/987695762009344238/

Wednesday, March 4, 2020

การดูแลน้องเหมียวช่องปากอักเสบ


การดูแลน้องเหมียวช่องปากอักเสบ (Cat Magazine)
เรื่อง : ฝ่ายวิชาการโรงพยาบาลสัตว์สายไหม

          โรคช่องปากอักเสบในน้องเหมียวเป็นปัญหาที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในทุกช่วงอายุ สามารถพบได้ทั้งในเพศผู้และเพศเมีย เรียกได้ว่าเป็นอาการยอดฮิตที่พบในน้องแมวเลยก็ว่าได้ นอกจากสัตวแพทย์แล้วเจ้าของเจ้าเหมียวเองก็ดีถือว่าเป็นที่มีบทบาทในการดูและประคับประคองน้องแมวให้ผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้


 สาเหตุของอาการช่องปากอักเสบ

          ภาวะช่องปากอักเสบนั้นมีสาเหตุการเกิดอยู่หลายประการ ได้แก่ เชื้อไวรัส (ไวรัสกลุ่มหวัดแมว ไวรัสเอดส์แมว ไวรัสลิวคีเมีย) แบคทีเรีย (ส่วนใหญ่จะเป็นการติดเชื้อแทรกซ้อนจากภาวะอื่น ๆ มากกว่า) ภาวะโรคทางเมตาบอลิก (เช่น ภาวะไตวายเรื้อรัง ที่มีระดับยูเรียในกระแสเลือดสูง) การแพ้ เนื้องอก และการบาดเจ็บต่าง ๆ (อุบัติเหตุ หรือมีสิ่งแปลกปลอมทำให้เกิดบาดแผล)

          ในกลุ่มอาการที่เรียกว่าเป็นภาวะช่องปากอักเสบ คือ เหงือก เยื่อบุช่องปาก เพดาน ลิ้น หรือช่วงคอหอย ที่มีการอักเสบเกิดขึ้นแรกเริ่มอาจมีเพียงเหงือกอักเสบก่อน ซึ่งในรายที่เป็นรุนแรงมากเนื้อเยื่อต่าง ๆ จะแดง บวม มีการขยาย เกิดเป็นแผลหลุม หรืออาจพัฒนาเป็นเนื้องอก และทำให้เกิดเลือดออกในช่องปากตามมา บางรายอาจเป็นรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือดได้

 สัญญาณอันตราย

          ในระยะแรกที่มีการอักเสบในช่องปากของเจ้าเหมียวนั้น เจ้าของสัตว์อาจยังไม่สังเกตเห็นอาการได้อย่างชัดเจน ในบางครั้งอาการเหล่านี้ก็สามารถหายไปเองได้ในน้องเหมียวที่มีอาการไม่รุนแรง แต่เจ้าของสามารถสังเกตอาการที่เป็นสัญญาณเตือนภัย เพื่อให้น้องเหมียวแสนรักได้รับการรักษาได้อย่างทันท่งที ซึ่งอาการที่เจ้าของสามารถสังเกตได้ ได้แก่

           น้องเหมียวเริ่มมีกลิ่นปาก

           เกาหน้า

           เจ็บปากระหว่างกินอาหาร

           น้ำลายไหล

           กินอาหารลดลง

           ดม หรือสนใจอาหารแต่ไม่กิน

           ชอบกินอาหรนิ่ม ๆ มากกว่าอาหารเม็ด

           น้ำหนักลดลง

           ซุ่ม หรือแสดงอาการก้าวร้าว

          ไม่ชอบให้จับบริเวณหน้า

           ขนไม่เรียบร้อย เนื่องจากมีการแต่งตัวน้อยลง

           ต่อมน้ำเหลืองช่วงคอขยายใหญ่

           เริ่มมีแผลบริเวณริมฝีปาก มุมปาก หรือช่วงปากต่อจมูก

          หากพบสัญญาณดังกล่าวเตือนภัยถึงอันตรายในช่องปากมาแล้ว ควรพาน้องเหมียวไปพบสัตว์แพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยการรักษาจะทำการแก้ไขจากสาเหตุต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการช่องปากอักเสบตามมา เช่น การให้ยาลดอักเสบ การให้ยาปฏิชีวนะควบคู่ หรือในปัจจุบันมีการรักษาโดยการใช้สารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อเสริมให้อาการเหล่านั้นหายเร็วขึ้น

ดูแลช่องปาก (เจ้าเหมียว) ด้วยตัวเอง

          เจ้าของน้องเหมียวถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการให้การดูแลเจ้าเหมียวที่บ้านนอกจากเวลาที่ไปพบสัตวแพทย์แล้ว เพราะเจ้าของจำเป็นต้องทำความสะอาดช่องปากอย่างต่อเนื่อง โดยอุปกรณ์ที่ใช้ได้แก่ น้ำเกลือล้างแผลที่มีขายอยู่ตามร้านขายยาทั่วไป สามารถนำมาใช้ล้างช่องปากได้ โดยดูดน้ำเกลือใส่ไซริงค์แล้วฉีดเบา ๆ เข้าไปในช่องปาก ให้ทำการล้างช่องปากเป็นประจำ หรือทุกครั้ง หลังจากที่น้องเหมียวกินอาหาร นอกจากนี้อาจใช้สำลีพันปลายไม้เช็ดเบา ๆ ที่บริเวณกระพุ้งแก้มและซอกฟัน เพื่อเป็นการกำจัดคราบอาหารและน้ำลายให้หมดไป นอกจากนี้ยังสามารถใช้ยาฆ่าเชื้อทา หรือพ่นภายในช่องปาก ตามที่สัตวแพทย์แนะนำ เพื่อทำให้อาการหายเร็วขึ้น ยาที่มีใช้ในปัจจุบัน เช่น ยาม่วง (ซึ่งปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมนัก เพราะจะทำให้ปากเจ้าเหมียวเป็นสีม่วงไปอีกนาน) คลอเฮกซิดีน 2% และสเปรย์นาโนสำหรับใช้ในช่องปาก ซึ่งให้ผลการรักษาที่ค่อนข้างน่าพอใจ

          นอกจากนี้การดูแลเรื่องอาหาร การป้อนยาให้ตรงเวลา และการพาเจ้าเหมียวไปพบคุณหมออย่างต่อเนื่องก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เจ้าเหมียวมีสุขภาพช่องปากที่ดี ซึ่งไม่เพียงจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพช่องปากเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมของน้องเหมียวที่คุณรักอีกด้วย

          การดูแลสุขภาพช่องปากไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่เจ้าของแมวหลาย ๆ ท่านหวั่นใจ ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรมราคาแพงเข้ามาช่วย เพียงแค่เจ้าของน้องเหมียวทุก ๆ ท่านใส่ใจสังเกตช่องปากน้องเหมียว สนใจสัญญาณที่เกิดกับช่องปาก คำว่า "เหงือกจำ ฟันลาก่อน" ก็คงจะไม่เกิดขึ้นกับเจ้าตัวยุ่งของเราอย่างแน่นอน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก 


https://pet.kapook.com/view42706.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/57280226502652994/