Sunday, September 17, 2017

เรื่องควรรู้ของทาสแมวมือใหม่


เรื่องควรรู้ของทาสแมวมือใหม่ (Cat Magazine)
เรื่อง : ฝ่ายวิชาการ โรงพยาบาลสัตว์มั่นมหัคฆ์

         แมวเป็นสัตว์ที่รักอิสระ ที่มีความน่ารัก ขี้เล่น และเป็นสัตว์ที่รักความสะอาด ดังนั้นแมวจึงเป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมที่คนเลือกนำมาเลี้ยง และจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมสำหรับผู้เลี้ยงแมวมือใหม่ ก่อนที่จะทำการเลือกแมวมาเลี้ยงนั้น สิ่งแรกที่คุณต้องตัดสินใจไม่ใช่ว่าจะเลือกตัวไหนมาเลี้ยงดี แต่ต้องติดสินใจว่าคุณเหมาะสมที่จะเลี้ยงแมวหรือไม่ โดยคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ อย่าง เช่น การให้เวลาเลี้ยงดูเจ้าแมวเหมียว การให้อาหาร การทำความสะอาดกระบะทราย รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นต้น แต่หากตัดสินใจได้แล้วว่าคุณนั้นเหมาะสมกับการเลี้ยงน้องแมวเหมียว ดังนั้นก็ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับการเลี้ยงแมวเพื่อลดข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้


วิธีการเลือกลูกแมวเหมียวให้เหมาะกับตัวคุณ

            เมื่อคุณตัดสินใจจะซื้อแมวมาเลี้ยง สิ่งสำคัญคือการเลือกแมวให้เหมาะสมและตรงความต้องการของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์เพศ และอายุ


1. สายพันธุ์

            ควรทำการศึกษาลักษณะของแมวในแต่ละสายพันธุ์ เพื่อให้ได้แมวที่มีลักษณะและนิสัยที่ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับตัวคุณ รวมถึงการดูแลรักษาสุขภาพของแมวในแต่ละสายพันธุ์ เช่น แมวขนยาว จำเป็นต้องได้รับการดูแล และทำความสะอาดขนมากกว่าแมวขนสั้น เป็นต้น

2. เพศ

            แมวตัวผู้จะมีนิสัยชอบหนีออกจากบ้าน จึงเหมาะกับเจ้าของที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลและเอาใจมากนัก ส่วนแมวเพศเมียนิสัยค่อนข้างติดบ้านไม่เหมือนแมวตัวผู้ ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับเจ้าของที่มีเวลาว่างส่วนใหญ่อยู่บ้าน

3. สุขภาพของแมว

            ควรเลือกแมวที่มีสุขภาพแข็งแรง ขนสะอาดปราศจากเห็บหมัด ผิวหนังไม่มีแผลหรือการอักเสบ ดวงตาสดใสเป็นประกายไม่มีขี้ตาเกรอะกรัง จมูกไม่มีน้ำมูกหรือคราบน้ำมูก ไม่มีอาการไอหรือหายใจหอบ ปาก และเหงือกสีชมพูไม่มีกลิ่น ฟันขาวสะอาด หูสะอาด ไม่มีขี้หูเป็นคราบดำ หรือไรหู บริเวณรอบทวารหนักต้องสะอาดไม่มีคราบอุจจาระเกรอะกรัง หากมีคราบอุจจาระเลอะติดกันอยู่แสดงว่าแมวอาจมีอาการถ่ายเหลว ซึ่งแสดงว่าแมวอาจป่วยจากการติดเชื้อในทางเดินอาหารได้ ผู้เลี้ยงแมวส่วนใหญ่มักจะกังวลว่าลูกแมวที่นำมาเลี้ยงนั้น จะเชื่องกับเราหรือไม่ ให้สังเกตพฤติกรรมของลูกแมว ถ้าพบว่าลูกแมวดูตื่นกลัวจนตัวสั่น หรือขู่ตลอด แสดงว่าลูกแมวนั้นจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษในการเลี้ยงให้เชื่อง หรือให้เชื่อฟังเจ้าของ โดยลักษณะของลูกแมวแบบนี้ไม่เหมาะสมสำหรับผู้เลี้ยงแมวมือใหม่ ควรให้ผู้ที่มีประสบการณ์ในการเลี้ยงแมวมาก่อนเป็นผู้เลี้ยงดู

4. อายุ

            สำหรับผู้เลี้ยงแมวมือใหม่ที่มีความพร้อม และมีเวลาดูแลเอาใจใส่ ควรเลี้ยงแมวตั้งแต่ยังเป็นลูกแมว เนื่องจากฝึกสอนได้ง่าย แต่สำหรับผู้เลี้ยงที่ไม่ค่อยมีเวลามากนัก ควรเลือกแมวที่โตแล้วมาเลี้ยงดีกว่า เนื่องจากไม่จำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่มากนัก สำหรับอายุลูกแมวที่เหมาะสมในการนำมาเลี้ยงควรอายุตั้งแต่ 8-10 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่แมวหย่านมแล้ว และสามารถกินอาหารจากจานได้เอง
ข้อควรทราบ และข้อปฏิบัติเมื่อเริ่มนำแมวมาเลี้ยง

            แมวเป็นสัตว์ที่มีความจำค่อนข้างดี ดังนั้นมันจะจำได้ว่าใครที่ใจดีหรือใจร้ายกับเขา หากคุณทำร้ายแมว เขาจะจดจำทันทีว่าคุณเป็นคนไม่ดี และจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ยุ่งกับคุณ แต่หากคุณรักและดูแลแมวอย่างดี เขาจะจดจำว่าคุณเป็นเพื่อนของเขา และจะประพฤติตัวดีกับคุณ ดังนั้นเมื่อคุณนำแมวใหม่เข้ามาเลี้ยงควรปล่อยให้แมวทำความคุ้นเคยกับสถานที่ก่อนในวันแรก โดยผู้เลี้ยงควรเอาใจใส่ อย่าดุหรือเสียงดังจนเกินไป แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรกักขังแมวไว้แต่ในบ้าน ควรพาออกไปเดินเล่นนอกบ้านบ้าง เพื่อให้แมวไม่กลัวและมีสังคมกับแมวตัวอื่น นอกจากนี้สิ่งสำคัญมากอีกอย่างที่ผู้เลี้ยงต้องทำเมื่อนำแมวใหม่มาเลี้ยงคือ การสร้างภูมิคุ้มกันโรค และการถ่ายพยาธิ

            แมวส่วนใหญ่ไม่ชอบอาบน้ำ แต่แมวเป็นสัตว์ที่รักสะอาด ดังนั้นแมวจะเลียทำความสะอาดตนเอง อย่างไรก็ตามแม้ว่าแมวจะทำความสะอาดตัวเองได้ เจ้าของก็ควรแบ่งเวลามาหวีขนให้แมวด้วย เนื่องจากการหวีขนนั้นจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการกลืนก้อนขนลงไปในขณะที่แมวเลียทำความสะอาดตนเอง

            การให้อาหารแมวควรขึ้นอยู่กับอายุและน้ำหนักตัว ลูกแมวควรได้รับอาหารที่เพียงพอซึ่งจะช่วยในการเจริญเติบโต โดยแมวจะชอบเนื้อวัว เนื้อปลา ผัก นม ชีส และถั่ว หรือควรให้แมวทานอาหารสำเร็จรูปที่ผลิตขึ้นสำหรับแมวโดยเฉพาะ เนื่องจากมีสารอาหารที่เพียงพอและเหมาะสมกับแมว



ของใช้ที่จำเป็นสำหรับการเลี้ยงแมว

            1. ที่ใส่น้ำ และที่ใส่อาหาร

            2.ส้วมแมว หรือกระบะทราย และทรายอนามัย ผู้เลี้ยงควรเลือกที่เป็นพลาสติก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 14 นิ้ว ลึก 4 นิ้ว ลึก 4 นิ้ว และมีขอบสูงเพื่อกันทรายกระจายเวลาแมวกลบ ควรทำความสะอาดกระบะทรายเพื่อความสะอาดของแมว และป้องกันไม่ให้มีกลิ่นเหม็น

            3.ที่นอนแมว การเลี้ยงแมวในบ้านควรมีมุมที่อบอุ่นและอากาศถ่ายเทสำหรับจัดเป็นที่ให้แมวนอน

            4. ที่ลับเล็บ เพื่อป้องกันไม่ให้แมวของคุณทำลายเฟอร์นิเจอร์ หรือของใช้ของคุณภายในบ้าน

            5. แมวเป็นสัตว์ที่รักและมีความสุขกับการเล่น ดังนั้นของเล่นจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการเลี้ยงดู เช่น ลูกบอล หนูสปริง ขนนก เป็นต้น



ขอขอบคุณข้อมูลจาก 


8 วิธีที่แมวบอกรักคุณ


          เชื่อว่าเจ้าของน้องเหมียวทั้งหลายคงจะแสดงความรักต่อเค้าทุกวัน ไม่ว่าจะลูบหัว เกาคาง กอดเค้า ให้รู้ว่าเรารักเค้านะ บางคนก็ถึงกับพูดกับแมว เช่น จะออกบ้านไปทำงานแล้ว ก็จะบอกน้องเหมียวที่้บ้าน ซึ่งตรงนี้แมวรับรู้ได้นะคะว่าเรารักเค้า แต่เอ๊...แล้วเราล่ะจะรู้ได้ยังไงว่า เจ้าเหมียวก็รักเราเหมือนกันนะ ในเมื่อเค้าพูดไม่ได้นิหน่า 

            แต่ความจริงแล้วแมวจะแสดงออกทางพฤติกรรมให้เรารู้ว่าเค้าก็รักเราเหมือนกัน แล้วแมวแต่ละตัวก็มีวิธีการไม่เหมือนกันด้วยนะแล้วแต่นิสัย ประเภทของเค้าด้วย ถ้าอย่างงั้นเรามาดู 8 วิธีการบอกรักของเจ้าเหมียวกันดีกว่า ...ดูสิว่า เจ้าเหมียวของคุณเค้าบอกรักคุณตรงตามข้อไหนบ้าง

             1. กระโดดนั่งตัก แล้วก็ใช้หน้าถูกับตัวคุณ แมวส่วนใหญ่มักจะแสดงออกแบบนี้ เรียกว่าเป็นการแสดงออกแบบสากลก็ว่าได้

             2. ส่งเสียงร้องเรียก เมี้ยว เมี้ยว เบา ๆ แล้วก็ทำหน้าอ้อน ๆ ทำตาหวานใส่ แมวที่เรียบร้อยมักจะเป็นแบบนี้

             3. กัดที่หน้าแข้ง หรือ ข้อศอกคุณเบา ๆ เป็นการแสดงความรักของแมวระดับจ่าฝูง เพราะพวกนี้จะอ้อนไม่ค่อยเป็น

             4. ใช้เท้าหน้าลูบหน้าคุณ หรือ ตบที่หน้าเบา ๆ ลักษณะนี้ก็เหมือนกับความรู้สึกเวลาคุณลูบหน้าคนที่คุณรักนั่นเอง

             5. ลูบหน้าคุณแล้วก็ร้องเบา ๆ เค้ากำลังบอกคุณว่า รักเจ้านายมากที่สุดในโลกเลย

             6. เอาตัวมาถูที่ขาคุณ แรง ๆ แล้วก็ร้องดัง ๆ เป็นการแสดงความรักของแมวประเภทหัวโจกชอบโวยวาย

             7. กระโดดเกาะที่หลังเวลาคุณนั่งลง เป็นการแสดงความรักของ แมวขี้เล่น หรือแมวที่ซุกซน หรือแมวเด็ก ๆ 

             8. มานอนซุกคุณเวลาคุณนอนหลับ เป็นการแสดงออกว่า รักเจ้าของมาก อยากอยู่ด้วยตลอดเวลา แม้เวลาจะนอนหลับ


Friday, September 15, 2017

ฟิตแมวอ้วนให้หุ่นเป๊ะด้วย 5 เคล็ดลับง่าย ๆ แต่ได้ผล

           หลายคนอาจจะชอบขุนแมวของตัวเองให้อวบอั๋น ด้วยอาหารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน แถมยังรู้สึกดีใจเวลาที่มีพวกมันมาร่วมโต๊ะกินข้าว ซึ่งอาจกลายเป็นเหตุการณ์ปกติสำหรับบ้านคุณไปแล้วก็ได้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว การที่คุณตามใจแมวและปรนเปรอพวกมันด้วยอาหารมากเกินไป ไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะฉะนั้นหากไม่อยากให้พวกมันจากไปก่อนเวลาอันควร เจ้าของทั้งหลายมาช่วยกันฟิตแอนด์เฟิร์มหุ่นอวบ ๆ ของแมวอ้วนเหล่านี้ ให้มีรูปร่างสมส่วนและสุขภาพแข็งแรงกันดีกว่า

1. จัดการเรื่องอาหารกับการออกกำลังกายให้สมดุล

          มีคนเลี้ยงแมวไม่น้อยเลยที่มักจะมองข้ามคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการให้อาหารแมวที่อยู่บนถุงอาหาร หรืออาจจะอ่านแบบผ่าน ๆ โดยไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดมากนัก จึงทำให้พลาดข้อความสำคัญบางส่วนไป อย่างเช่น ทราบแค่ว่าต้องให้อาหารแมว 1/2 ถ้วย และเข้าใจว่าจำนวนตัวเลขดังกล่าวหมายถึง ปริมาณอาหารต่อมื้อ ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจจะหมายถึงต่อวันก็ได้ ดังนั้นเจ้าของจึงจำเป็นต้องศึกษาปริมาณอาหารของแมวให้ละเอียดเสียก่อน ประกอบกับพฤติกรรมของแมว หากแมวชอบนอนอุตุอยู่ที่บ้าน ก็ควรจะลดปริมาณอาหารให้น้อยลง และเพิ่มการออกกำลังกายให้มากขึ้น เป็นต้น

2. ให้อาหารเป็นเวลา

          ถึงแม้แมวของคุณจะส่งสายตาร้องขออาหารเพิ่ม ก็ไม่ควรจะยอมใจอ่อนหยิบให้ง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อน เพราะหากตามใจมันมากเกินไป สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่โรคอ้วนเท่านั้น แต่ยังมีทั้งโรคหัวใจ โรคตับ และอื่น ๆ อีกมากมาย หลังจากนี้ควรให้อาหารเป็นเวลา โดยแบ่งออกเป็น 2 มื้อต่อวัน ห่างกันมื้อละ 12 ชั่วโมง หากคุณไม่มีเวลาอาจจะใช้ตัวช่วย อย่างเครื่องให้อาหารแมวอัตโนมัติก็ได้

3. เครื่องออกกำลังกายพร้อมกิน
         
          สำหรับแมวที่ไม่ค่อยขยับตัวสักเท่าไหร่ อาจจะเปลี่ยนจากถ้วยหรือเครื่องให้อาหาร เป็นของเล่นที่มีช่องสำหรับใส่อาหารแทน เพื่อให้แมวของคุณได้ขยับตัวหรือออกกำลังกายไปด้วย ขณะที่กำลังกินข้าว

4. ทำความเข้าใจกับคนในบ้าน

          หากสมาชิกภายในบ้านของคุณมีมากกว่า 2 คน ควรจะแจ้งและทำความเข้าใจกับสมาชิกคนอื่น ๆ ด้วยว่า คุณต้องการจะลดน้ำหนักให้กับแมว ดังนั้นไม่ควรจะให้แมวกินอาหารอื่น ๆ นอกจากอาหารหลัก หรือเพิ่มปริมาณอาหารให้กับแมวอีก แมวของคุณจะได้มีหุ่นสวยเชี้ยะอย่างที่คุณต้องการ และเห็นผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

5. สร้างบรรยากาศที่ดึงดูดความสนใจ

          เนื่องจากแมวบางตัวกินเพราะรู้สึกเครียด ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับกรณีนี้ก็คือ การกระตุ้นให้แมวตื่นตัว กระฉับกระเฉง และสนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น ด้วยการสร้างกิจกรรมสนุก ๆ ให้กับแมว อย่างเช่น เปิดโทรทัศน์ให้ดู หาของเล่นใหม่ ๆ มาให้ หรือเตรียมของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นกำลังใจ เมื่อแมวทำให้คุณประทับใจด้วย

          บางครั้งความน่ารักที่ของแมว ที่มาพร้อมกับ โรคอ้วน ถึงแม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้เช่นกัน เพราะอาจนำไปสู่โรคอื่น ๆ อีกกว่า 30 ชนิด อาทิ โรคที่เกิดขึ้นกับระบบทางเดินหายใจ และการขับถ่าย ฯลฯ เมื่อรู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมตามใจปากแมวให้น้อยลง ลดปริมาณอาหาร และพาแมวของคุณไปออกกำลังกายบ่อย ๆ ด้วยนะคะ


Wednesday, September 13, 2017

6 เหตุผลน่ารู้..การทำหมันแมวนั้นสำคัญแค่ไหน


         ถึงแม้ว่าการทำหมันแมวจะเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ที่เลี้ยงแมว เพราะไม่ต้องการให้เจ้าแมวของคุณนั้นออกไปผสมพันธุ์กับแมวตัวอื่นที่ไหน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าการทำหมันให้คุณประโยชน์กับแมวมากกว่าที่คิด วันนี้กระปุกดอทคอมจึงมีเหตุผลจากเว็บไซต์ catster.com มาฝาก ลองไปดูกันค่ะว่าการทำหมันแมวสำคัญและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

1. ช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคติดต่อ

          หนึ่งในเหตุผลที่เราทำหมันแมวคือการหลีกเลี่ยงโรคภัยต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดกับเจ้าเหมียวของคุณเอง ดังนั้นการที่ทำหมันแมวจะช่วยให้ลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคติดต่อ ไม่ว่าจะเป็นไวรัสต่าง ๆ ที่น้องแมวของคุณอาจจะติดมาจากแมวตัวอื่นและนั่นก็คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องทำหมันเจ้าเหมียวของเราด้วย

2. ช่วยให้เจ้าเหมียวปัสสาวะเป็นที่เป็นทาง

          อย่างที่คนรักแมวก็รู้ว่าเจ้าเหมียวนั้นจะคอยปัสสาวะไปทั่วเพื่อจับจองที่ทาง หรือการเป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นบนพรม, บนที่นอนของคุณ หรือแม้กระทั่งตามผนังภายในบ้าน ดังนั้นการนำแมวไปทำหมันจึงเป็นอีกวิธีหนึ่ที่จะช่วยหยุดพฤติกรรมเหล่านี้ของเจ้าเหมียว หลังจากนี้คุณก็ไม่ต้องมาเหนื่อยกับการกวาดเช็ดคราบตามที่ต่าง ๆ อีก

3. แมวจะออกไปเที่ยวนอกบ้านน้อยลง

          ถ้าเจ้าเหมียวของคุณชอบแอบหนีออกไปเที่ยวเตร็ดเตร่นอกบ้าน การทำหมันจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ โดยการทำหมันจะช่วยให้แมวรู้สึกอยากออกไปนอกบ้านน้อยลง ต่างจากก่อนทำหมันที่เมื่อแมวได้กลิ่นเพศตรงข้ามก็จะพยายามหาทางออกจากบ้านให้ได้

4. ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ

          เพราะเมื่อแมวได้รับการทำหมันแล้วมันจะใช้เวลาอยู่นอกบ้านน้อยลง เมื่อมันใช้เวลาอยู่ในบ้านกับคุณมากขึ้น อุบัติเหตุต่าง ๆ ที่จะเกิดกับเจ้าแมวจึงได้ลดลง ต่อไปนี้คุณก็ไม่ต้องมานั่งกังวลว่าเจ้าแมวของคุณหายไปไหน จะโดนรถชน หรือคนอื่นทำร้ายหรือเปล่า เพราะมันจะใช้เวลาอยู่ในบ้านกับคุณมากขึ้นแล้วล่ะ

5. ช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการต่อสู้

          โดยสัญชาตญาณของแมว การต่อสู้กับตัวอื่นถือเป็นเรื่องปกติ เคยไหมที่น้องเหมียวของคุณกลับบ้านมาเจ็บเนื้อเจ็บตัว เพราะไปมีเรื่องไม่ว่าจะกับแมวด้วยกันเอง หรืออาจจะเป็นสุนัข ดังนั้นการทำหมันแมวจะช่วยไม่ให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น เพราะเจ้าเหมียวของคุณจะใช้เวลานอกบ้านน้อยลง ทำให้ไม่ต้องเจ็บตัวกลับบ้านอีกต่อไป

6. แมวที่ทำหมันแล้วจะมีชีวิตที่ยืนยาวและมีความสุขกว่า

          ข้อดีของการทำหมันข้อสุดท้ายนั่นก็คือ การทำหมันแมวจะช่วยให้เจ้าเหมียวของคุณมีชีวิตที่ยืนยาวมากขึ้น ไม่ว่าจะช่วยในเรื่องของการติดเชื้อไวรัสต่าง ๆ หรือโรคภัยไข้เจ็บก็ถามหาน้อยลง รวมทั้งความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ เมื่อหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ เจ้าเหมียวของคุณก็จะอยู่กับคุณนานขึ้น และมีชีวิตที่มีความสุขไม่ต้องเจ็บตัวอีกต่อไป

          เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับประโยชน์ต่าง ๆ มากมายของการทำหมันแมวที่จะช่วยให้แมวคุณมีอายุที่ยืนยาวมากยิ่งขึ้นปราศจากโรคภัยต่าง ๆ และสำหรับความเชื่อที่ว่าการทำหมันแมวจะทำให้แมวอ้วน แค่ลองให้อาหารตามความเหมาะสมกับแมวของคุณ และให้เจ้าเหมียวออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรง และมีความสุขได้ไม่ต้องกลัวแล้วล่ะ

Thursday, September 7, 2017

ทริคง่าย ๆ ช่วยให้แมวเหมียวมีความสุขมากขึ้น


          เชื่อว่าเจ้าของหลายคงกำลังคิดและหาทางทำให้แมวของตัวเองมีความสุข แต่ทั้งนี้เจ้าของไม่สามารถจะพูดคุยกับแมวโดยตรงได้ว่าต้องการอะไรและควรทำตัวอย่างไรดี เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไรให้แมวก็ดูเฉยชาไปเสียหมด ยกเว้นเวลาให้อาหารเท่านั้นแหละที่อาจจะทำให้แมวดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อย ฉะนั้นในวันนี้เราก็เลยนำหลากหลายวิธีที่ช่วยสร้างความสุขให้กับแมวมาฝากกัน 

1. ปรับอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม

          ยามว่างของแมวนอกจากกินอาหารกับนอนแล้ว ก็จะชอบนอนบนที่สูงชมวิวทิวทัศน์ไปเรื่อย ๆ และส่วนมากจะอยู่บริเวณที่มีแดดส่องถึง อย่างเช่น ขอบหน้าต่าง ประตูด้านหน้า หรือกำแพง เพราะฉะนั้นสถานที่ที่เหมาะสำหรับแมวควรจะมีอุณภูมิที่อบอุ่น และไม่เปิดแอร์ให้อยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำจนเกินไปนัก สำหรับวันที่มีอากาศค่อนข้างเย็นควรเสริมที่นอนด้วยผ้าอุ่น ๆ หรือเปิดฮีทเตอร์ก็ได้  

 2. พาแมวไปเดินเล่น 

          เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่มีนิสัยรักอิสระและอยากรู้อยากเห็น ฉะนั้นเจ้าของควรจะปล่อยแมวให้ออกไปเดินเล่นนอกบ้านบ้าง แล้วแมวก็ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น ไม่มีเวลาเพียงพอก็อาจจะติดบานพับสวิงไว้ที่ประตู ให้แมวสามารถเดินเข้าออกเองก็ได้ และหลังจากที่แมวกลับบ้านแล้ว เจ้าของควรตรวจเช็กด้วยว่ามีอาการบาดเจ็บหรือบาดแผลติดตัวมาหรือไม่ 

 3. พูดคุยกับแมว 

          ช่วงที่อยู่กับแมวควรพูดคุยกับแมวบ้างถึงแม้จะฟังไม่เข้าใจ แต่พวกมันก็สามาถรับรู้ความรู้สึกได้เดียวกับสุนัข โดยเจ้าของสามารถสังเกตได้จากเสียงครืดคราดในลำคอที่แมวร้องออกมา ซึ่งมีความหมายแฝงว่าตอนนี้มีความสุขมากนั่นเอง นอกจากนี้เวลาที่แมวอะไรดี ๆ ควรจะชมและให้กำลังใจด้วยคำพูดหรืออาหารด้วย 

4. กระตุ้นด้วยของเล่น 

          สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ของเล่น นอกจากจะช่วยให้แมวมีความสุขมากขึ้นแล้ว ของเล่นบางชนิดยังช่วยกระตุ้นทักษะต่าง ๆ ของแมวด้วย ทั้งการเคลื่อนไหว การมองเห็น กลิ่น และสัมผัส นอกจากนี้เจ้าของควรจะหาเวลามาเล่นกับแมวของตัวเองบ้าง เพื่อให้แมวรู้สึกว่ามีความผูกพันกับเจ้าของมากยิ่งขึ้น ส่วนวิธีเลือกซื้อของเล่นก็ง่าย ๆ แค่เพียงดูให้เหมาะสมกับขนาดของลำตัวและอายุของแมวเท่านั้นเอง  

 5. แต่งบ้านด้วยใบแคทนิป 

          นอกจากของเล่นกับอาหารแล้ว เจ้าของควรมีผงแคทนิป ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ กัญชาแมวติดบ้านเอาไว้ โดยนำไปโรยเอาไว้รอบ ๆ ที่นอนของแมวหรือภายในบ้าน กลิ่นของใบแคทนิปจะช่วยบำบัดความเครียด และทำให้แมวมีความสุขสามารถนอนหลับได้ง่ายยิ่งขึ้น 

 6. รักษาความสะอาด 

          ของใช้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับแมว อย่างเช่น จานใส่อาหาร ถ้วยน้ำ ที่นอน และกระบะทราบควรจะนำไปล้างและทำความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อสุขภาพที่ดีของแมว โดยทำให้ได้อย่างน้อย 1 - 2 ครั้งต่อสัปดาห์ สำหรับทรายในกระบะแมวควรจะซื้อแบบใช้ครั้งเดียว เพราะนอกจากจะช่วยให้กระบะทรายสะอาดขึ้นแล้ว ยังช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วย 

 7. วางที่ลับเล็บแมว 

          เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่มีกรงเล็บค่อนข้างแหลมดังนั้นภายในบ้านควรจะมีอุปกรณ์สำหรับลับเล็บแมวเอาไว้ด้วย เนื่องจากโดยปกติแล้วแมวจะลับเล็บของตัวเองให้แหลมคมอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอบข่วนของเล็บแมวบนสิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ด้วย พื้นที่ที่เหมาะสมก็ควรริมหน้าต่างหรือบริเวณด้านข้างของประตู 

          หลังจากทราบวิธีสร้างความสุขกับแมวไปแล้ว คงทำให้ทั้งเจ้าของและแมวเข้าใจกันมากขึ้นนะคะ นอกจากนี้แต่ละวิธีนั้นก็ง่ายแสนง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน แค่เพียงเจ้าของให้เวลาและใส่ใจดูแลแมวของตัวเองให้มากขึ้นเท่านั้นเอง 
 
เครดิตภาพ 
https://www.pinterest.com/pin/38421403063821884/