Wednesday, November 27, 2019

9 ข้อช่วยคิด ก่อนตัดสินใจรับแมวมาเลี้ยง



        แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารักและดูจะเลี้ยงง่าย แต่สัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนก็ตาม ย่อมต้องการเจ้าของที่รัก และใส่ใจเขาจริง ๆ เพราะฉะนั้นหากคุณเป็นมือใหม่ที่คิดจะรับเลี้ยงแมวสักตัว เราอยากให้อ่านข้อมูลพวกนี้สักนิด เพื่อใช้ทบทวนตัวเองว่าคุณพร้อมหรือยังที่จะเลี้ยงเขาค่ะ
 


 1. ต้องมีความรับผิดชอบ

         สัตว์เลี้ยงทุกชนิดมีชีวิต และไม่ใช่ของเล่น เพราะฉะนั้นคุณต้องมั่นใจตัวเองก่อน ว่าเป็นคนรักสัตว์จริง ๆ และมีความพร้อมมากพอที่จะดูแลแมวไปตลอดชีวิตของเขา ถ้าคิดว่าไม่สามารถจะรักเขาได้เท่าคนในครอบครัว ก็อย่าเพิ่งรับเขามาเลี้ยงเลยค่ะ
 
 2. เตรียมบ้านให้พร้อม

         ลูกแมวตัวเล็ก ๆ ซนอย่าบอกใคร เพราะฉะนั้นก่อนจะรับเขามาเลี้ยง คุณต้องเตรียมบ้านให้พร้อมก่อน เก็บสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ เช่น ไหมพรม เอกสารสำคัญหรือของที่จะเสียหายได้ง่าย ให้พ้นจากรัศมีที่น้องแมวจะคว้าถึง รวมถึงเชือกหรือต้นไม้ที่มีพิษก็ควรเก็บไปไว้ไกล ๆ ด้วย เพราะของพวกนี้อาจทำให้น้องแมวเสียชีวิตก่อนเวลาอันควรได้นะคะ
 
 3. เลี้ยงไว้ 2 ตัวเป็นเพื่อนกันจะดีว่า

          การเป็นลูกคนเดียวเหงาอย่างไร แมวที่อยู่โดดเดี่ยวก็คงรู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน หากคุณจะรับน้องแมวมาเลี้ยง เราอยากให้คุณรับมาเลี้ยง 2 ตัวเลยค่ะ มันอาจจะเป็นการเพิ่มภาระให้คุณอีกเท่าตัว แต่มันจะเป็นการดีกับน้องแมวมากกว่าแน่นอน เขาจะได้มีเพื่อนเล่นตอนคุณไม่อยู่ยังไงล่ะ

4. ค่อยเป็นค่อยไป

          ไม่ว่าจะเป็นสัตว์หรือคน ย่อมต้องมีความขลาดกลัว และไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ เพราะฉะนั้นแรก ๆ คุณควรจะจัดห้องเล็ก ๆ ให้น้องแมวอยู่ก่อน เพื่อให้เขาปรับตัวกับสภาพแวดล้อม จากนั้นจึงค่อย ๆ ปล่อยให้เขาออกมาเดินสำรวจพื้นที่อื่น ๆ ด้วยตัวเอง หรือค่อย ๆ ให้เขาทำความรู้จักกับแมวหรือสุนัขที่คุณเลี้ยงไว้
 
 5. ฉีดวัคซีนและทำหมัน


          ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าน้องแมวที่คุณจะรับเลี้ยงนั้นได้รับวัคซีนหรือการทำหมันมาบ้างหรือเปล่า ถ้าไม่ แนะนำให้คุณชวนเพื่อน ๆ หรือใครที่สนใจจะนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนให้ได้เยอะ ๆ แล้วไปพร้อม ๆ กัน เพราะยิ่งเยอะจะยิ่งได้ราคาที่ถูกลง หรือถ้าคุณมีงบสูงพอ ก็อาจจะฝังไมโครชิปให้น้องแมวไปด้วยก็ได้ เผื่อเขาโตขึ้นแล้วหนีไปเที่ยวที่ไหน จะได้ตามหากันได้ง่าย ๆ ค่ะ
 
 6. ห่วงใยเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย

          ปรึกษาสัตวแพทย์ถึงการดูแลน้องเหมียวของคุณ เช่น ต้องให้อาหารประเภทไหน หรือต้องดูแลอย่างไรจึงจะพอดีกับเขา เพราะแมวแต่ละตัวย่อมมีความต้องการที่แตกต่างกัน และพยายามอย่าปล่อยเขาออกไปเล่นข้างนอกบ่อย ยิ่งมีโอกาสไปซุกซนไกลแค่ไหน ก็ยิ่งเสี่ยงจะบาดเจ็บและเสี่ยงถูกทำร้ายมากขึ้นเท่านั้น ดูแลให้เขาอยู่ใกล้ ๆ สายตาไว้ดีกว่าค่ะ เขาจะได้อยู่กับคุณไปนาน ๆ
 
 7. อย่าตัดเล็บให้เขาเด็ดขาด!


          แมวมีนิสัยชอบฝนเล็บ นั่นหมายความว่า โซฟา เฟอร์นิเจอร์หรือแม้กระทั่งรถของคุณอาจต้องตกอยู่บนความเสี่ยงที่จะฉีกขาดหรือเป็นรอย แต่อย่าคิดจะตัดเล็บให้เขาเด็ดขาดนะคะ เพราะเล็บเป็นหัวใจสำคัญของอุ้งเท้าและนิ้วของแมว ถ้าคุณตัดเล็บให้เขา มันจะสร้างความเจ็บปวดและทำให้ชีวิตเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทางที่ดีจัดเตรียมที่ทางสำหรับฝนเล็บให้เขาดีกว่า คุณสามารถหาซื้ออุปกรณ์พวกนี้ได้ง่าย ๆ จากร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงทั่วไปค่ะ
 
 8.  ให้ความรัก เวลา และความใส่ใจ

          ลูกแมวจะซนและมีพลังงานเหลือเฟือ แถมมีนิสัยเรียกร้องความรักความสนใจเหมือนเด็ก ๆ เพราะฉะนั้นคุณควรหาของเล่นไว้ให้เขา และสละเวลาเล่นกับเขาบ้างเท่าที่มีโอกาส อย่าละเลยเขา แม้เขาจะโตและไม่ได้เป็นลูกแมวอีกต่อไป เพราะแมวทุกช่วงอายุต้องการความรักความใส่ใจทั้งนั้นแหละค่ะ
 
 9.  ฝึกนิสัยที่ดีให้แมวตั้งแต่ยังเป็นเด็ก


          แมวที่มีนิสัยอันธพาลและไม่มีมารยาทคงไม่น่ารักเท่าไร เพราะฉะนั้นเราควรจะฝึกให้เขามีนิสัยที่ดีตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ลองปรึกษาทันตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ ว่าคุณจะใช้วิธีไหนฝึกให้เค้าไม่ออกเล็บขณะเล่นกับคุณ หรือไม่กระโดดขึ้นโต๊ะอาหารได้บ้าง
 
          สัตว์เลี้ยงก็เป็นเสมือนเพื่อนดี ๆ คนหนึ่ง เพราะฉะนั้นก่อนจะรับเพื่อนมาดูแลสักคน คุณคงต้องมั่นใจก่อนว่าจะดูแลเขาได้อย่างดีและไม่บกพร่อง ถ้า 9 ข้อนี้ยิ่งทำให้คุณมั่นใจ ว่าคุณเองก็เป็นคนรักสัตว์คนหนึ่ง เราก็ขอสนับสนุนให้คุณรับเขาเข้ามาเป็นสมาชิกในบ้านได้เลยค่ะ


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/370491506857719584/

Monday, November 25, 2019

วิธีสอนแมวให้รู้จักและจำชื่อตัวเองได้ ใน 7 ขั้นตอน !



          วิธีสอนแมวให้รู้จักและจำชื่อตัวเอง วิธีสอนแมวง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ใน 7 ขั้นตอน ไปดูกันเลยว่ามีวิธีสอนแมวให้รู้จักและจดจำชื่อตัวเองได้ต้องทำอะไรบ้าง

          แมวเอ๋ยแมวเหมียว รูปร่างปราดเปรียวเป็นหนักหนา ร้องเรียกเหมียว ๆ เดี๋ยวก็มา (หรือเปล่า ?) คนเลี้ยงแมวบางคนอาจจะอ่านแล้วส่ายหน้า เพราะแมวที่บ้านนั้นเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมเดินมาหา ไม่สนใจ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกมันจำชื่อตัวเองได้หรือเปล่า แต่อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งตีความไปว่าแมวของคุณดื้อหรือไม่ยอมเชื่อฟังนะคะ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้ฝึกพวกมันให้จำชื่ออย่างถูกวิธีก็ได้ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอนำวิธีสอนแมวให้รู้จักและหัดจดจำชื่อของตัวเองมาฝากกันค่ะ

แมวจำชื่อตัวเองได้ไหม ?


          อะสุโกะ ไซโตะ (Atsuko Saito) และ คาซุทากะ ชิโนซูกะ (Kazutaka Shinozuka) นักวิจัยของมหาวิทยาลัยโตเกียวได้ทำการทดสอบและเก็บข้อมูลจากแมวบ้าน 20 ตัวเป็นระยะเวลา 8 เดือน ด้วยการเปิดเทปเสียงเรียกชื่อของเจ้าของและอาสาสมัครอีก 3 คนให้แมวฟัง แล้วนำปฏิกิริยาการตอบรับมาวิเคราะห์ ทั้งการกระดิกหู การแกว่งหาง การหันหน้าหาตำแหน่งของเสียง การขยายของม่านตา และการเคลื่อนไหว โดยพบว่าแมว 15 จาก 20 ตัวมีปฏิกิริยาต่อเสียงของเจ้าของมากกว่าเสียงของอาสาสมัครทั้ง 3 คน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าแมวสามารถจดจำและจำแนกเสียงของเจ้าของออกจากเสียงของคนอื่นได้ แต่จะไม่ยอมเดินไปหาหากไม่เห็นตัว แม้จะรู้ว่าเจ้าของกำลังเรียกอยู่ก็ตาม

วิธีฝึก

 1. ตั้งชื่อให้สั้นและเรียกง่าย

          แน่นอนว่าเมื่อมีเจ้าเหมียวเป็นของตนเองแล้ว เจ้าของทุกคนคงอยากจะคิดชื่อเพราะ ๆ ให้พวกมัน แต่ความจริงแล้วแมวไม่ได้อยากได้ชื่อเพราะ ๆ หรอกนะ เพราะแมวชอบให้ตั้งชื่อสั้น ๆ สัก 1-2 พยางค์และเรียกง่าย ๆ ก็พอแล้ว

 2. ฝึกให้แมวจำชื่อตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ

          ถ้าคุณเริ่มเลี้ยงแมวตั้งแต่ยังเป็นแมวตัวเล็ก ๆ ควรจะรีบฝึกให้แมวจำชื่อตั้งแต่ตอนนี้เลย เพราะได้ผลดีกว่าการฝึกแมวโต ซึ่งนอกจากจะฝึกยากกว่าแล้ว บางทีแมวโตอาจไม่ให้ความร่วมมือเลยก็ได้

3. อย่าลืมให้รางวัล

          วิธีที่ดีที่สุดในการเรียกความสนใจจากแมวคือการให้รางวัล ด้วยการเรียกชื่อพร้อมยื่นขนมให้แมวประมาณ 2-3 ครั้งติดกัน แล้วเดินห่างออกมาอีกหน่อยแต่ทำเหมือนเดิม จนกว่าแมวจะเดินเข้ามาหาของกิน จากนั้นทำซ้ำวิธีเดิมวันละ 2-3 ครั้งไปเรื่อย ๆ จนกว่าแมวจะจำชื่อตัวเองได้

 4. เลี่ยงการใช้น้ำเสียงดุหรือด่า

          แม้แมวจะทำเป็นไม่สนใจ เช่น ฝึกให้วันนี้พรุ่งนี้ก็ลืม แต่อย่าเพิ่งโมโหหรือใส่อารมณ์จนเผลอดุหรือด่าแมวออกไป เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้แมวกลัวและไม่กล้าเดินเข้ามาหาตอนคุณเรียกชื่อ

 5. เปลี่ยนตำแหน่งการเรียกชื่อ
          เมื่อฝึกจนแมวสามารถจดจำชื่อของตัวเองได้แล้ว ควรจะเปลี่ยนตำแหน่งเรียกให้ไกลกว่าเดิมและกระจายไปตามจุดต่าง ๆ ภายในบ้าน จนกว่าจะครบทุกมุมและสามารถเรียกแมวจากตรงไหนในบ้านก็ได้

6. สอนให้คุ้นเคยกับเสียงทุกคนในบ้าน

          ใช้วิธีการสอนเดียวกันกับทุกคนในบ้าน แต่มีเงื่อนไขว่าควรจะเรียกแมวด้วยชื่อที่เหมือนกัน ที่สำคัญหากเรียกชื่อแล้วแมวเดินไปหาก็อย่าลืมเอารางวัลให้ด้วย

 7. พาไปหาสัตวแพทย์หากฝึกแล้วไม่ได้ผล

          ถ้าแมวไม่มีการตอบรับใด ๆ กับชื่อเรียกหลังจากการฝึก อาจจำเป็นต้องพาแมวของคุณไปหาสัตวแพทย์ เพราะแมวอาจมีปัญหาเรื่องรับเสียงก็ได้ ยิ่งถ้าแมวเป็นสีขาวยิ่งต้องพาไปหาหมอโดยเร็ว เนื่องจากเสี่ยงต่อการเป็นหูหนวกมากกว่าแมวสีอื่น ๆ 

          การฝึกแมวให้รู้จักและจดจำชื่อตัวเองนั้นอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย ฉะนั้นอยากให้ทาสใจเย็น ๆ แล้วค่อย ๆ ฝึกไปทีละขั้นตอน เชื่อว่าเจ้าเหมียวที่ทั้งดื้อและซนจะต้องจำชื่อของตัวเองได้อย่างแน่นอนค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Independent, Animal Planet, discovery, Springer Link และ Wikihow
https://pet.kapook.com/view140777.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/747597606904148370/