Friday, September 30, 2016

สัตว์เลี้ยงของผู้หญิงในญี่ปุ่น




เจ้าของอินสตราแกรม 12catslady ในประเทศญี่ปุ่นได้เผยแพร่ภาพความน่ารักของสัตว์เลี้ยงที่เธอได้เลี้ยงไว้ ซึ่งเป็นแมวสายพันธุ์เปอร์เซียกว่า 12 ตัว ในช่วงแรกเธอเลี้ยงพวกมันเพียงไม่กี่ตัว แต่พวกมันก็เพิ่มจำนวนขึ้นมาไม่นาน และเธอมีแผนที่จะทำหมันให้พวกมัน


เปอร์เซีย เป็นแมวที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเปอร์เซีย หรืออิหร่าน ถูกนำไปเลี้ยงในประเทศต่าง ๆ ทั้งใน ยุโรปและอเมริกาเป็นเวลาเกือบร้อยปีมาแล้ว ลักษณะของหางสั้นเป็นพวงระย้า ที่เด่นมากคือ มีขนที่ลำคอเป็นปุยยาว ฟูและดกมาก



โพสท์โดย: SpiderMeaw
ขอบคุณที่มา: https://www.facebook.com/samrujlok/photos/pcb.10154491594242226/10154491582652226/?type=3&theater
http://board.postjung.com/991648.html

Thursday, September 22, 2016

10 โรคร้ายเสี่ยงตายของหมาและแมว ที่เจ้าของควรระวังไว้ให้ดี




  โรคอันตรายของหมาและแมว ที่เจ้าของพึงหมั่นสังเกตพฤติกรรมและรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีหากมีความผิด ปกติ เพราะโรคอันตรายของหมาและแมวทั้ง 10 โรคนี้มีความอันตรายถึงขั้นตายได้เลยทีเดียว

        อย่าชะล่าใจหากพบว่าหมาและแมวที่ บ้านมีพฤติกรรมหรืออาการที่แปลกไป เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายทั้ง 10 โรคนี้ที่อาจส่งผลถึงตายได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการเซื่องซึม กินน้อย ท้องเสีย มีกลิ่นเหม็นคาวจากปาก ซึ่งในวันนี้กระปุกดอทคอมก็ขอรวบรวม 10 โรคร้ายเสี่ยงอันตรายถึงตายของหมาและแมวมาให้เจ้าของได้รู้และระมัดระวัง ไว้สังเกตพฤติกรรมกับอาการจะได้พาไปพบสัตวแพทย์ได้ทันเวลาหากมีความผิดปกติ ก่อนสายไป
 

1. โรคอ้วน

        สัตว์เลี้ยงที่อ้วนตุ้ยนุ้ยอาจจะดูน่ารักน่าฟัดสำหรับเจ้าของ แต่ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเท่าไร หากเหล่าหมาและแมวมีน้ำหนักที่มากเกินไป เพราะโรคอ้วนทำให้สัตว์เลี้ยงเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคไขข้ออักเสบ สำหรับวิธีดูแลหรือรักษาที่เจ้าของทำได้ก็คือ การช่วยควบคุมอาหารและพาไปออกกำลังกายเป็นประจำ 


2. พยาธิหนอนหัวใจ

        โรคนี้มียุงเป็นพาหะ ส่วนมากจะเกิดกับหมามากกว่าแมว หมาที่ติดเชื้อจะมีอาการซึม เหนื่อยง่าย หายใจหอบ ร่างกายอ่อนเพลีย ไอแห้ง ๆ บางตัวจะมีเลือดออกมาด้วยเมื่อไอ ต่อมาจะบวมน้ำ เป็นท้องมาน และตายในที่สุด การรักษาด้วยการฉีดยามีความเสี่ยงสูง อาจมีผลข้างเคียงถึงขั้นตาย เนื่องจากตัวแก่ของพยาธิหนอนหัวใจที่ตายแล้วเข้าไปอุดหลอดเลือด
 

3. โรคเกี่ยวกับฟันและช่องปาก

        หมาและแมวที่มีกลิ่นปากไม่ใช่เรื่องตลก ถ้าพบว่าเป็นโรคที่เกี่ยวกับช่องปาก เช่น ฟันผุหรือโรคเหงือก ควรพาไปรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากการรักษามีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งยังอาจจะนำไปสู่โรคที่เกี่ยวกับหัวใจและไตได้ สำหรับวิธีป้องกันให้หาขนมหรือของเล่นขัดฟันให้แทะ


4. โรคไวรัสลำไส้อักเสบ

        โรคลำไส้อักเสบเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่มักจะเกิดขึ้นกับลูกหมาหรือลูกแมวที่ ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน โดยเชื้อจะเข้าสู่รางกายจากการสัมผัสโดยตรงกับอุจจาระของหมาที่เป็นโรคไวรัส ลำไส้อักเสบ จากการกิน เลียอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค หมาและแมวที่ติดเชื้อจะมีอาการซึม อาเจียน ไม่กินอาหารเลย กินแต่น้ำ ในระยะท้ายจะถ่ายเป็นมูกเลือด กลิ่นเหม็นคาวจัด การป้องกันทำได้โดยการฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 45-60 วัน และฉีดวัคซีนกระตุ้นทุก 2-3 สัปดาห์ จนกว่าอายุจะครบ 4 เดือน จากนั้นให้ฉีดกระตุ้นติดต่อกันทุกปี
 

5. โรคไข้หัดสุนัข

        เป็นโรคที่พบได้ในสุนัขอายุ 2-6 เดือน เชื้อไวรัสไข้หัดสุนัขจะปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม เช่น ตามร้านขายสุนัขที่ไม่สะอาด ตามกรง ชามน้ำ อาหาร หรือแม้แต่มือของคนก็สามารถเป็นพาหะนำเชื้อได้ หมาที่ได้รับเชื้อจะมีอาการเบื่ออาหาร ไข้ มีน้ำมูก น้ำตา ตาอักเสบ ปอดบวม บางราย อาเจียน ท้องเสีย และพบตุ่มหนองใต้ท้อง ส่วนใหญ่แล้วสุนัขที่เป็นโรคนี้มักจะตาย เนื่องจากยังไม่มีทางรักษาเฉพาะ แต่ทั้งนี้สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน
 

6. โรคพิษสุนัขบ้า

        โรคพิษสุนัขบ้า เป็นโรคที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คน เกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies Virus) ซึ่งเชื้อนี้จะก่อโรคในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเลือดอุ่นทุกชนิด แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดกับหมามากที่สุด ปัจจุบันยังไม่มียารักษา ส่วนใหญ่ทั้งสัตว์และคนที่ติดเชื้อจะเสียชีวิต แต่สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน


7. โรคติดต่อจากเห็บและหมัด

        เห็บและหมัดนอกจากจะดูดเลือดและทำให้ระคายเคืองผิวหนังแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคพยาธิในเม็ดเลือด สาเหตุของโรคมาจากปรสิตที่อยู่ในตัวเห็บและหมัด สำหรับการป้องกันคือ หมั่นกำจัดเห็บและหมัดในหมาและแมว รวมถึงบริเวณที่นอนและสนามหญ้าในบ้านด้วย
 

8. โรคข้ออักเสบ

        โรคนี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดการอักเสบของข้อต่อกระดูกต่าง ๆ ส่วนมากมักจะเกิดกับหมาและแมวที่มีอายุมาก ขยับตัวช้า โดยเฉพาะตอนลุกยืน เนื่องจากปวดไขข้อ การรักษาสัตวแพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ ทั้งนี้สามารถป้องกันได้โดยการควบคุมน้ำหนักและพาไปออกกำลังเป็นประจำ

9. เบาหวาน

        หมาและแมวก็สามารถเป็นโรคเบาหวานได้เช่นเดียวกับคน สาเหตุหลักมาจากโรคอ้วน ซึ่งสามารถควบคุมน้ำหนักได้ โดยการเลือกอาหารและออกกำลังกาย สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจจะต้องฉีดยาควบคุมระดับน้ำตาลก่อนการกินอาหารร่วมด้วย
 

10. โรคไตวาย

        โรคไตวายสามารถพบได้ทั้งในหมาและแมว ส่วนมากจะตรวจเจอในแมวที่มีอายุเยอะ สาเหตุของโรคนี้มาจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น อายุ สายพันธุ์ รวมถึงนิสัยการกิน สัตว์ที่เป็นโรคไตวายจะมีอาการซึมเศร้า น้ำหนักลด ขนหยาบแห้ง มีกลิ่นปาก โดยส่วนมากจะรักษาตามอาการ
 

        โรคร้ายทั้ง 10 ชนิดเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากการกิน แหล่งที่อยู่ และการออกกำลังกาย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เจ้าของสามารถควบคุมได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้หมาและแมวเป็นโรคเหล่านี้ เจ้าของก็ต้องคอยดูแล หมั่นสังเกตพฤติกรรม และพาไปพบสัตวแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ
http://pet.kapook.com/view156886.html
เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/pin/290341507202753969/

Wednesday, September 21, 2016

เปิดโลกเล็ก ๆ ของเหมียว ออโรร่า เจ้าหญิงน้อยในร่างแมวขนฟูผู้น่ารัก !!!




      ออโรร่า แมวแร็กดอลล์ เพศเมีย จากประเทศสวีเดน ที่มีออร่าความน่ารักแบบเจ้าหญิงตัวน้อย ๆ จนมีทาสแมวเป็นแฟนคลับในอินสตาแกรมแล้วกว่า 8 หมื่นคน ว่าแล้วก็ตามไปชมโลกเล็ก ๆ ของออโรร่ากันเลย

 
        หากชอบแมวขน ฟู ตัวกลม ๆ หน้าตาจิ้มลิ้ม ดูเอาแต่ใจนิด ๆ รับรองเลยว่าเสน่ห์ของเจ้าออโรร่า (Aurora) แมวแร็กดอลล์ เพศเมีย จากประเทศสวีเดน ตัวนี้ น่าจะทำให้คุณกลายเป็นแฟนคลับอีกคนได้ไม่ยาก เพราะแคปชั่นขำ ๆ ที่ เอมิลี่ (Emily) และ นิกคลาส (Niklas) นำมาโพสต์ให้อ่านเต็มไปหมด ส่วนรูปของเจ้าออโรร่าในอินสตาแกรม aurorapurr ก็สวยงามน่ามอง ดูยังไงก็ไม่รู้สึกเบื่อเลย

 
        เจ้าของเผยว่า ออโรร่า (Aurora) เป็นชื่อที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนเรื่อง เจ้าหญิงนิทรา (Sleeping Beauty) บวกกับหน้าตาสวย ๆ ของมันแล้ว เลยได้รับฉายาเจ้าหญิงแมวแห่งอินสตาแกรมไปแล้วเรียบร้อย ซึ่งตอนนี้มีคนติดตามแล้ว 8 หมื่นกว่าคน โดยแต่ละรูปในอินสตาแกรมของเจ้าเหมียวออโรร่าก็มีท่าทางเหมือนกำลังนั่งสั่ง เจ้าของให้ทำนู่น ทำนี่ ราวกับเป็นเจ้าหญิงที่เอาแต่ใจด้วยล่ะ

 
        แต่ทั้งหมดเป็นแค่เรื่องที่เจ้าของทำเพื่อความฮาเท่านั้น เพราะที่จริงแล้วเจ้าออโรร่าเป็นแมวที่มีนิสัยน่ารักมาก แถมยังซื่อสัตย์ต่อเจ้าของไม่ต่างจากสุนัขเลยล่ะ


















ขอขอบคุณภาพประกอบจาก อินสตาแกรม aurorapurr
http://pet.kapook.com/view156184.html

Monday, September 12, 2016

วิธีรับมือแมวซนกลางดึก จนทาสแมวไม่ได้หลับไม่ได้นอน




         เคยไหมที่เจ้าแมวน้อยของคุณคอยกวนตลอดทั้งคืน ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสียงร้อง หรือข่วนประตู ทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้สนิท และเหตุผลที่น้องแมวเป็นแบบนี้ในเวลากลางคืนก็เพราะ ยิ่งเจ้าของสนใจในพฤติกรรมของน้องแมวมากเท่าไรก็จะยิ่งทำให้น้องแมวคิดว่า สิ่งที่มันกำลังทำอยู่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วจะแก้ปัญหานี้อย่างไรล่ะ วันนี้กระปุกดอทคอมมีคำตอบให้ทาสแมวได้ลองนำไปแก้เผ็ดเจ้าเหมียวสุดที่รัก กันค่ะ

  1. เหนื่อยซะจะได้พัก

          การที่ขังแมวไว้ข้างนอกห้องอาจจะไม่ได้ผลเสมอไป เพราะถ้าคุณขังแมวนอกห้องนอน มันก็จะเริ่มส่งเสียงร้องและขูดประตูเพื่อที่จะดิ้นรนเข้าไปในห้องให้ได้ และจะทำให้เจ้าของเองก็นอนไม่หลับไปด้วยเช่นกัน ทางแก้ที่ดีที่สุดก็คือให้หากิจกรรมให้น้องเหมียวทำในตอนกลางวันเพื่อให้ เจ้าเหมียวรู้สึกเหนื่อย พอถึงเวลากลางคืนมันจะรู้สึกอยากพักผ่อนไปเอง

  2. ทำหน้าต่างให้ชมวิว

          ติดตั้งหน้าต่างที่แมวสามารถมองเห็นสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ เพราะแมวเป็นสัตว์ที่อยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา การที่ติดตั้งหน้าต่างที่ทำให้เจ้าเหมียวเห็นบรรยากาศภายนอก จะทำให้มันเกิดความสนใจมากขึ้น ซึ่งแมวจะใช้เวลาเหล่านี้มองไปยังนอกหน้าต่าง ๆ แทนที่จะหลับทั้งวันและตาสว่างตอนกลางคืน

  3. เลี้ยงนกไว้ใกล้ ๆ หน้าต่าง

          ลองหากรงนกมาเลี้ยงไว้ใกล้ ๆ หน้าต่าง เพราะจะช่วยดึงดูดความสนใจน้องแมวอย่างน้อยก็ 4-5 ชั่วโมง นี่จะเป็นอีกวิธีหนึ่งจะทำให้แมวของคุณใช้เวลากลางวันไปกับจ้องดูเจ้านกน้อย ในกรง จนเสียพลังงานไปไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้นพอถึงเวลานอนกลางคืนมันก็จะรู้สึกเหนื่อยและนอนหลับสนิทจนไม่อยาก มากวนใจคุณอีก

  4. หาของเล่นให้แก้เหงา

          หาซื้อของเล่นมาให้แมวเล่นเพลิน ๆ เพื่อจะได้ไม่มากวนคุณในเวลาที่ต้องการพักผ่อน และเมื่อน้องแมวมีของเล่นแล้วก็จะทำให้ใช้เวลาอยู่กับของเล่นนี้นานขึ้น ถือเป็นการช่วยให้แมวได้ออกกำลังกายอีกวิธีหนึ่ง และเมื่อออกกำลังกายมาทั้งวัน การนอนหลับในยามค่ำคืนก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว


  5. เลิกสนใจพฤติกรรมที่เรียกร้องความสนใจ

          ถึงแม้ว่าน้องแมวจะมากวนคุณในเวลากลางคืนมากแค่ไหน สำคัญที่ว่าคุณไม่ควรสนใจในพฤติกรรมของมันมากเกินไป เพราะถ้าคุณให้ความสนใจเมื่อไร ก็จะทำให้แมวคิดว่าสิ่งที่มันทำอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าเจ้าเหมียวมาขูดประตูห้องก็ทำเป็นไม่สนใจ โดยการหาหูฟังมาปิดหูเพื่อกันเสียงรบกวน เมื่อคุณทำอย่างนี้บ่อยขึ้นเจ้าเหมียวก็จะเลิกพฤติกรรมที่ไม่ได้ผลเหล่านี้ ไปเองในที่สุด

          ไม่ยากเลยใช่ไหมคะกับการที่จะทำให้น้องแมวนิ่งสงบในเวลากลางคืน เพียงแค่คุณหากิจกรรมระหว่างวันให้ทำ จนแมวรู้สึกเหนื่อยและอยากพักผ่อน รับรองว่าทั้งคุณและเจ้าเหมียวจะพากันหลับสนิททั้งคืนเลยล่ะ


เครดิตภาพ https://www.pinterest.com/janderson0347/cats/

Sunday, September 11, 2016

วิจัยเผย ดูภาพตูบ-เหมียวน้อยน่ารัก เพิ่มพลังในการทำงาน




            เคยไหม?.. ที่เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อมองเห็นลูกสุนัขหรือลูกแมวแสนซนปนน่ารัก ที่เห็นอยู่ตรงหน้า ถ้าคุณเคย.. แล้วมันเป็นเพราะอะไรกันนะ? หลายคนคงจะตอบว่า ก็เพราะมัน "น่ารัก" น่ะสิ  ถ้าคุณตอบแบบนี้ แสดงว่า ความน่ารัก นั้นมีอิทธิพลต่อชีวิตเราอยู่ไม่น้อย มันทำให้เรายิ้มได้ในวันที่มีความทุกข์ ปลุกพลังบวกให้เกิดขึ้นได้ในชีวิต และอาจเป็นพลังที่จะทำให้คุณก้าวสู่ความสำเร็จต่อไป...
 
           ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการวิจัยชิ้นล่าสุด เรื่อง พลังแห่งความน่ารัก (The Power of Kawaii) ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดัง PLOS One ซึ่งผลการทดลองพบว่า การดูภาพ ลูกแมว หรือลูกสัตว์เลี้ยงที่น่ารักน่าเอ็นดู ส่งผลช่วยกระตุ้นให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน เพิ่มความถูกต้องแม่นยำ สร้างสมาธิ แถมยังทำให้เกิดความคล่องแคล่วมากขึ้นด้วย

          โดย ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ทำการทดลองจากกลุ่มนักศึกษาระดับปริญญาตรี 48 คน เป็นจำนวนชาย-หญิง เท่ากัน โดยนำมาทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อทดสอบวัดระดับการรับรู้ และความคล่องแคล่วชำนาญ ทั้งทดสอบทักษะการเคลื่อนไหว ตามมาด้วยแข่งกันหาตัวเลขในตาราง และบททดสอบสมาธิและความสนใจของนักศึกษา โดยแบ่งกลุ่มเก็บคะแนนออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่ได้ดูภาพลูกสุนัขลูกแมว, ภาพสุนัขและแมวที่โตแล้ว และภาพอาหารที่น่ารับประทาน ผลการทดลองปรากฏว่า ในทุกบททดสอบ กลุ่มนักศึกษาที่ได้ดูภาพลูกสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก สามารถทำคะแนนในแต่ละกิจกรรมได้ดีกว่านักศึกษากลุ่มอื่น
 
           จากการทดลองนี้จึงยืนยันว่า ความน่ารักไม่ใช่แค่ทำให้คนเรามีความสุข แต่ยังส่งผลต่อพฤติกรรมของเราด้วย โดยการเห็นภาพน่ารักมีแนวโน้มทำให้มีสมาธิที่ดี ใจเย็นลง เอาใจใส่ต่อสิ่งที่ทำอยู่ได้มาก และการประมวลผลก็เป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานที่ต้องการความระมัดระวังและความตั้งใจมากเป็นพิเศษ

           ได้อ่านงานวิจัยที่ยืนยันแบบนี้แล้ว เห็นทีนั่งทำงานอยู่ แล้วรู้สึกเครียด ๆ คงต้องเปิดมาดูรูปเจ้าตูบ เจ้าเหมียวน้อย ให้หัวใจได้ยิ้มบ้างแล้วล่ะ ^_____^

เครดิตภาพ  https://www.pinterest.com/petloversden/cute-kitten-pictures/